ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

เมืองโบราณยะรัง

ราวพุทธศตวรรษที่ 12–19 (คริสต์ศตวรรษที่ 7–14)

กลุ่มเมืองโบราณในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ที่มีซากสถูปอิฐนับสิบแห่ง และนักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของลังกาสุกะ รัฐการค้าโบราณที่เอกสารจีนบันทึกไว้

ที่ตั้งอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ห่างทะเลราว 15 กิโลเมตร
องค์ประกอบกลุ่มบ้านวัด บ้านจาเละ และบ้านประแว
โบราณสถานเนินซากสถูปอิฐ 44 แห่งในเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ
การขุดค้นกรมศิลปากรเริ่มขุดค้น พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989)
หลักฐานเด่นพระพิมพ์และสถูปจำลองจารึกอักษรปัลลวะ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด เครื่องถ้วยเปอร์เซีย
รัฐที่เชื่อมโยงลังกาสุกะ (จีนเรียกหลางหยาซิว)
ช่วงขุดค้นบูรณะโครงการของกรมศิลปากร พ.ศ. 2531–2537
หลักฐานศาสนาฮินดูศิวลึงค์ แท่นสรงน้ำ และรูปโคนนทิ จากแหล่งใกล้เคียง

01เมืองริมลุ่มน้ำปัตตานี

เมืองโบราณยะรังอยู่ในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ห่างจากตัวเมืองปัตตานีและชายทะเลอ่าวไทยราว 15 กิโลเมตร และห่างจากแม่น้ำปัตตานีราว 4.5 กิโลเมตร ในอดีตลำน้ำและที่ราบลุ่มเชื่อมเมืองนี้ออกสู่ทะเลได้ เรือสินค้าจึงเดินทางเข้าออกได้สะดวก

ชื่อยะรังมีผู้อธิบายว่าเพี้ยนมาจากคำในภาษามลายูถิ่นปัตตานี ซึ่งหมายถึงวังหรือที่ประทับของเจ้าเมือง ส่วนหลักฐานบนพื้นดินแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม คือ บ้านวัด ซึ่งน่าจะเป็นใจกลางเมือง บ้านจาเละทางทิศเหนือ และบ้านประแวทางทิศใต้ ซึ่งยังเห็นคันดิน คูเมือง และสระน้ำโบราณ

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 1 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
ฐานเจดีย์อิฐ

ฐานศาสนสถานอิฐหลายสิบแห่งในเมืองโบราณยะรัง

เก็บรักษา/ชมได้ที่: เมืองโบราณยะรัง ปัตตานีดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือเมืองโบราณยะรัง จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำปานกลาง เมืองโบราณกระจายตัวหลายตำบล จุดนี้แสดงบริเวณกลางของแหล่ง

เมืองโบราณยะรัง ม.4 ต.ยะรัง อ.ยะรังดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
6.760679, 101.307588
6°45′38.4″N 101°18′27.3″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02ลังกาสุกะในเอกสารจีน

เอกสารจีนเรียกรัฐแห่งหนึ่งบนคาบสมุทรว่าหลางหยาซิว ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าคือลังกาสุกะ จดหมายเหตุราชวงศ์เหลียงของจีนบันทึกว่ารัฐนี้ก่อตั้งมาแล้วกว่า 400 ปี ทำให้มีการตีความว่าลังกาสุกะเกิดขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 7 (คริสต์ศตวรรษที่ 2)

เอกสารเดียวกันบรรยายว่าเมืองหลวงมีกำแพงล้อม มีประตูสองชั้น หอคอย และศาลา และกล่าวว่าดินแดนนี้มีไม้กฤษณาและการบูรมาก ใน พ.ศ. 1058 (ค.ศ. 515) กษัตริย์พระนามภคทัตต์ส่งทูตไปจีนเป็นครั้งแรก และยังมีคณะทูตตามมาอีกใน พ.ศ. 1066, 1074 และ 1111 (ค.ศ. 523, 531 และ 568)

ลังกาสุกะรุ่งเรืองที่สุดราวคริสต์ศตวรรษที่ 6–7 ก่อนจะค่อย ๆ ลดบทบาทลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะลำน้ำตื้นเขินจนเรือเข้าถึงได้ยาก

ใต้เนินดินกลางสวนในยะรัง มีฐานสถูปอิฐนับสิบแห่งเฝ้ารอให้คนรุ่นหลังมาไขความลับของลังกาสุกะ

03ประวัติการค้นคว้า: จากนักเดินทางถึงนักโบราณคดี

ความพยายามหาที่ตั้งของลังกาสุกะเริ่มจากนักวิชาการตะวันตกที่อ่านเอกสารจีน ชาลส์ ออตโต แบลกเดน เขียนถึงประเด็นนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) และยอร์ช เซเดส์ ก็อภิปรายเรื่องนี้ในงานเขียนเมื่อ พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) แต่ในเวลานั้นยังไม่มีการสำรวจภาคสนามอย่างจริงจังที่ยะรัง

ใน พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) สจ๊วต เวเวลล์ นำคณะสำรวจจากเคมบริดจ์มาค้นหาลังกาสุกะและตามพรลิงค์บนคาบสมุทร ขณะที่ในช่วง พ.ศ. 2500–2522 นักวิชาการไทย เช่น รองศาสตราจารย์ชูศิริ จามรมาน แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับนักโบราณคดีกรมศิลปากรเข้ามาศึกษาพื้นที่

งานที่เปลี่ยนภาพของยะรังมากที่สุดคือโครงการขุดค้นและบูรณะเมืองโบราณของกรมศิลปากรในช่วง พ.ศ. 2531–2537 (ค.ศ. 1988–1994) ซึ่งเริ่มขุดค้นจริงจังตั้งแต่ พ.ศ. 2532 งานนี้ทำให้ได้ผังเมือง ฐานสถูปที่ขุดแต่งแล้ว และโบราณวัตถุที่มีชั้นดินรองรับเป็นครั้งแรก ต่อมานักโบราณคดีของสำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา ยังดูแลและเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

04การขุดค้นและสิ่งที่พบ

กรมศิลปากรเริ่มขุดค้นเมืองโบราณยะรังใน พ.ศ. 2532 พื้นที่ใจกลางมีคูน้ำล้อมรอบ กินเนื้อที่ราว 0.9 ตารางกิโลเมตร ภายในพบเนินที่เป็นซากสถูปอิฐถึง 44 แห่ง แต่ขุดค้นไปแล้วเพียง 4 แห่ง ขนาดฐานกว้างตั้งแต่ราว 7 ถึง 13.5 เมตร

สิ่งที่พบมีพระพิมพ์และสถูปจำลองดินเผาที่จารึกคาถาภาษาสันสกฤตด้วยอักษรปัลลวะ ประติมากรรมโคหิน พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด และเศษเครื่องถ้วยเคลือบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์จากเปอร์เซีย นอกจากนี้ในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบพระโพธิสัตว์ไมเตรยะสำริดอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 8–9

หลักฐานเหล่านี้บอกว่ายะรังเป็นเมืองที่นับถือพุทธศาสนามหายานเป็นหลัก มีการติดต่อค้าขายกับโลกตะวันตกไปถึงเปอร์เซีย และมีรสนิยมทางศิลปะร่วมกับเมืองอื่นบนคาบสมุทร เช่น ไชยาและนครศรีธรรมราช

05สามกลุ่ม หลายช่วงเวลา: ผังของเมืองโบราณ

กลุ่มบ้านวัดเป็นใจกลางของแหล่ง มีคูน้ำล้อมรอบเป็นพื้นที่ราว 0.9 ตารางกิโลเมตร และมีเนินสถูปอิฐหนาแน่นที่สุด ทางทิศเหนือคือกลุ่มบ้านจาเละ ซึ่งมีซากสถูปที่ขุดแต่งแล้วให้เห็น ส่วนทางทิศใต้คือกลุ่มบ้านประแว ที่ยังเห็นคันดินและคูเมืองชัดเจน

ข้อมูลการท่องเที่ยวบางแหล่งระบุว่าเมื่อรวมทั้งสามกลุ่มจะกินพื้นที่ราว 9 ตารางกิโลเมตร และมองว่าเป็นชุมชนสามแห่งที่สร้างซ้อนกันเป็นระยะตลอดหลายร้อยปี ไม่ได้สร้างขึ้นพร้อมกันทั้งหมด งานศึกษาของ ดร.วรรณวิสา (Wanwisa Dharmananda) จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กำหนดช่วงอายุของยะรังไว้กว้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 6–18

การตีความผังเมืองยังมีหลายแบบ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่ายะรังคือเมืองหลวงของลังกาสุกะตามที่เอกสารจีนบรรยาย อีกฝ่ายเสนอว่ากลุ่มบ้านวัดที่มีสถูปหนาแน่นอาจเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมทางพุทธศาสนามากกว่าเป็นเมืองที่คนอยู่อาศัย ส่วนกำแพงและคูของบ้านประแวอาจเป็นป้อมปราการในยุคที่รับอิสลามแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับตำนานเรื่องเมืองโกตามะห์ลิฆัย

06พุทธ ฮินดู และการค้า: ผู้คนหลายกลุ่มในลุ่มน้ำปัตตานี

แม้หลักฐานส่วนใหญ่ที่ยะรังจะเป็นพุทธศาสนามหายาน แต่วรรณสาร นุ่นสุข ได้นำเสนอหลักฐานจากแหล่งใกล้เคียงอย่างบ้านบานาและควนมะหุด ซึ่งพบศิวลึงค์ศิลา แท่นสรงน้ำ รูปโคนนทิ และธรณีประตูหินหลายชิ้น หลักฐานเหล่านี้ชี้ว่ามีศาสนสถานฮินดูอยู่ร่วมกับชุมชนพุทธในลุ่มน้ำเดียวกัน

หลักฐานการค้าก็หลากหลาย นอกจากเครื่องถ้วยเคลือบสีฟ้าจากเปอร์เซียแล้ว ยังมีรายงานการพบเหรียญสำริดและเหรียญเงินแบบซาซาเนียนของเปอร์เซีย รวมทั้งเหรียญสำริดของจีนและอาหรับ ของเหล่านี้บอกว่าเรือจากตะวันออกกลางและจีนเดินทางมาถึงลุ่มน้ำปัตตานี

ชื่อของลังกาสุกะยังปรากฏในจารึกทมิฬของพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ 1 ซึ่งบันทึกการยกทัพเรือมาตีเมืองในเครือข่ายศรีวิชัยราว พ.ศ. 1568 (ค.ศ. 1025) จารึกเรียกเมืองนี้ว่าอิลังคโศกะ และบรรยายว่าไม่หวั่นเกรงในการรบ แสดงว่าในเวลานั้นลังกาสุกะยังเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองสำคัญ

เมืองท่าของยะรังน่าจะอยู่ใกล้ปากน้ำ งานขุดค้นที่แหล่งตันหยงลูโละของนักวิชาการคนเดียวกันชี้ว่าชุมชนบ้านกรือเซะริมปากแม่น้ำปัตตานีมีการค้ากับชาวต่างชาติตั้งแต่ก่อนราชวงศ์ศรีวังสา

07ความสำคัญ

ยะรังเป็นหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นใหญ่ที่สุดที่นักวิชาการใช้ระบุที่ตั้งของลังกาสุกะ ทั้งพอล วีทลีย์ และมีแชล ฌาค-แอร์กูอัลก์ สรุปว่าปากแม่น้ำปัตตานีเดิมแถบยะรังเป็นตำแหน่งที่เป็นไปได้มากที่สุด เพราะระยะห่างจากทะเลและลักษณะเมืองสอดคล้องกับคำบรรยายในเอกสารจีน

เรื่องราวของยะรังยังเชื่อมต่อไปถึงยุคหลัง ตามพงศาวดารปัตตานี (ฮิกายัตปัตตานี) ก่อนจะมีเมืองปัตตานี มีเมืองเก่าชื่อโกตามะห์ลิฆัยอยู่ก่อน ซึ่งบางท่านเชื่อว่าอยู่บริเวณบ้านประแว เมืองปัตตานีน่าจะเกิดขึ้นในช่วงราว พ.ศ. 1893–1993 (ค.ศ. 1350–1450) และรับศาสนาอิสลาม ทำให้ภูมิภาคนี้เปลี่ยนจากวัฒนธรรมพุทธ-ฮินดูมาสู่วัฒนธรรมมุสลิม

08ข้อถกเถียง

แม้นักวิชาการส่วนใหญ่จะเชื่อว่าลังกาสุกะอยู่ที่ปัตตานี แต่ตำนานมลายูเรื่องฮิกายัตมะโรงมหาวังสากลับเล่าว่าลังกาสุกะอยู่ฝั่งตะวันตกของคาบสมุทร และเป็นต้นกำเนิดของรัฐเกดะห์ ตามตำนานนั้นกษัตริย์องค์สุดท้ายเข้ารับอิสลามและเปลี่ยนลังกาสุกะเป็นรัฐสุลต่านเกดะห์ เรื่องเล่านี้ขัดกับเอกสารจีนและอาหรับ นักวิชาการจึงให้น้ำหนักน้อยกว่า

ปัญหาอีกข้อคือเรื่องเวลา เอกสารจีนบอกว่าลังกาสุกะเกิดขึ้นตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2 แต่ชั้นดินที่ขุดค้นในลุ่มน้ำปัตตานีเริ่มต้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 ช่องว่างหลายร้อยปีนี้ยังอธิบายไม่ได้ อาจเป็นเพราะเมืองยุคแรกอยู่ที่อื่น หรือยังขุดค้นไม่ถึง

ในช่วงหลังมีรายงานการพบเหรียญทองที่มีอักษรอ่านได้คล้ายคำว่าศรีลังกาโศเกศวรปุณยะ ที่เมืองโบราณยะรัง ทำให้มีผู้ตั้งคำถามว่าลังกาสุกะกับทวารวดีมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพราะเหรียญเงินทวารวดีก็มีจารึกรูปแบบคล้ายกัน เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและยังไม่มีข้อสรุป

09ยะรังในวันนี้

ปัจจุบันเมืองโบราณยะรังได้รับการดูแลโดยกรมศิลปากร ผู้มาเยือนจะเห็นฐานสถูปอิฐที่ขุดแต่งแล้ว เนินโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขุด และร่องรอยคูน้ำ คันดิน ในพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยสวนและหมู่บ้าน

เมืองโบราณยะรังเป็นตัวอย่างที่ดีของประวัติศาสตร์หลายชั้นในชายแดนใต้ จากรัฐการค้าที่นับถือพุทธศาสนามหายาน สู่รัฐสุลต่านปัตตานี และชุมชนมุสลิมในปัจจุบัน

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราวพุทธศตวรรษที่ 7ค.ศ. ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2ลังกาสุกะตามเอกสารจีน

จดหมายเหตุราชวงศ์เหลียงว่ารัฐนี้ตั้งมากว่า 400 ปี

พ.ศ. 1058ค.ศ. 515ทูตไปจีนครั้งแรก

กษัตริย์ภคทัตต์ส่งทูตไปราชสำนักเหลียง

พ.ศ. 1066–1111ค.ศ. 523–568ทูตอีกหลายคณะ

ลังกาสุกะติดต่อจีนต่อเนื่อง

ราวพุทธศตวรรษที่ 12ค.ศ. ราวคริสต์ศตวรรษที่ 7ชั้นดินเก่าสุดที่ยะรัง

เริ่มมีหลักฐานจากการขุดค้นในลุ่มน้ำปัตตานี

ราวพุทธศตวรรษที่ 13–14ค.ศ. ราวคริสต์ศตวรรษที่ 8–9ศิลปะมหายาน

พระโพธิสัตว์สำริดและพระพิมพ์จารึกอักษรปัลลวะ

ราว พ.ศ. 1568ค.ศ. ราว 1025จารึกราเชนทรโจฬะ

กองทัพโจฬะโจมตีเครือข่ายศรีวิชัย จารึกเอ่ยถึงอิลังคโศกะ

พ.ศ. 1908ค.ศ. 1365นาการะเกรตาคามะ

เอกสารชวากล่าวถึงลังกาสุกะ แต่ยังไม่เอ่ยถึงปัตตานี

ราว พ.ศ. 1893–1993ค.ศ. ราว 1350–1450กำเนิดปัตตานี

เมืองปัตตานีเกิดขึ้นสืบต่อจากโกตามะห์ลิฆัย

พ.ศ. 2449ค.ศ. 1906แบลกเดนเขียนถึงลังกาสุกะ

งานยุคแรกของนักวิชาการตะวันตกเรื่องที่ตั้งลังกาสุกะ

พ.ศ. 2506ค.ศ. 1963คณะสำรวจเคมบริดจ์

สจ๊วต เวเวลล์ ออกค้นหาลังกาสุกะและตามพรลิงค์

พ.ศ. 2531–2537ค.ศ. 1988–1994โครงการขุดค้นและบูรณะ

กรมศิลปากรขุดค้นและขุดแต่งเมืองโบราณยะรัง เริ่มขุดค้นจริงจัง พ.ศ. 2532

พ.ศ. 2565ค.ศ. 2022งานขุดค้นตันหยงลูโละ

เสนอว่าชุมชนปากน้ำปัตตานีค้าขายกับต่างชาติมาก่อนราชวงศ์ศรีวังสา

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

เมืองโบราณยะรังอยู่ในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ห่างตัวเมืองปัตตานีราว 15 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร มีฐานสถูปที่ขุดแต่งแล้วให้ชมกระจายอยู่ในกลุ่มบ้านวัด บ้านจาเละ และบ้านประแว ควรติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่และสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: สถูป 44 แห่ง

ในเขตคูเมืองยะรังพบเนินซากสถูปอิฐ 44 แห่ง แต่ขุดค้นไปแล้วเพียง 4 แห่งเท่านั้น

รู้หรือไม่: เครื่องถ้วยจากเปอร์เซีย

เศษเครื่องถ้วยเคลือบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่ยะรังมาจากเปอร์เซีย แสดงว่าการค้าของเมืองนี้ไปไกลถึงตะวันออกกลาง

รู้หรือไม่: ชื่อจีนของลังกาสุกะ

เอกสารจีนเรียกลังกาสุกะว่าหลางหยาซิว และบันทึกว่าดินแดนนี้มีไม้กฤษณาและการบูรมาก

รู้หรือไม่: ทั้งพุทธและฮินดู

ใกล้ยะรังพบศิวลึงค์และรูปโคนนทิ แสดงว่าชาวพุทธและชาวฮินดูเคยอยู่ร่วมกันในลุ่มน้ำปัตตานี

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ยะรังคือลังกาสุกะแน่หรือ
นักวิชาการส่วนใหญ่ เช่น พอล วีทลีย์ และมีแชล ฌาค-แอร์กูอัลก์ เห็นว่าเป็นตำแหน่งที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่ยังไม่มีจารึกที่ยะรังระบุชื่อลังกาสุกะ จึงยังเป็นข้อสันนิษฐานที่มีน้ำหนักแต่รอการพิสูจน์
ทำไมพบแต่ฐานสถูป ไม่เห็นตัวเมือง
บ้านเรือนในอดีตสร้างด้วยไม้และวัสดุที่ผุพังง่าย สิ่งที่เหลือจึงเป็นสิ่งก่อสร้างอิฐทางศาสนาและคันดิน คูน้ำ นอกจากนี้เนินสถูปส่วนใหญ่ยังไม่ได้ขุดค้น
ชาวยะรังในอดีตนับถือศาสนาอะไร
หลักฐานส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนามหายาน แต่ในลุ่มน้ำเดียวกันพบหลักฐานศาสนาฮินดูด้วย ต่อมาในราวคริสต์ศตวรรษที่ 14–15 ภูมิภาคนี้ค่อย ๆ รับศาสนาอิสลาม
ลังกาสุกะเกี่ยวกับศรีวิชัยอย่างไร
ลังกาสุกะเก่ากว่าศรีวิชัยและมีทูตไปจีนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ต่อมาอาจอยู่ในเครือข่ายหรืออิทธิพลของศรีวิชัย เพราะจารึกโจฬะ พ.ศ. 1568 นับอิลังคโศกะเป็นหนึ่งในเมืองที่ถูกโจมตีพร้อมกับเมืองในเครือข่ายศรีวิชัย
โบราณวัตถุจากยะรังอยู่ที่ไหน
โบราณวัตถุที่ขุดได้ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรและพิพิธภัณฑ์ ไม่ได้จัดแสดงในพื้นที่ ที่เมืองโบราณยะรังจะเห็นฐานสถูปที่ขุดแต่งแล้วและแนวคูน้ำคันดิน

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Langkasuka (Wikipedia)
  2. Yarang district (Wikipedia)
  3. Pattani province (Wikipedia)
  4. Pattani Kingdom (Wikipedia)
  5. ศิลปวัฒนธรรม: หรือแท้จริงแล้วทวารวดีและลังกาสุกะเป็นเครือญาติกัน
  6. ศิลปวัฒนธรรม: งานโบราณคดีในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
  7. Wanwisa Dharmananda: แหล่งตันหยงลูโละ (ดำรงวิชาการ)
  8. Thai Holiday Guide: Yarang Ancient City
  9. วารสารลุ่มน้ำโขง: บทวิจารณ์ Before Siam (บทความของวรรณสาร นุ่นสุข)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา