01รัฐแรกที่มีชื่อชัดบนคาบสมุทรภาคใต้
ในบรรดารัฐโบราณบนคาบสมุทรภาคใต้ของไทย ลังกาสุกะเป็นรัฐที่มีชื่อปรากฏในเอกสารยาวนานที่สุดรัฐหนึ่ง จดหมายเหตุราชวงศ์เหลียงของจีน ซึ่งเรียกรัฐนี้ว่าหลางหยาซิว บันทึกว่ารัฐนี้ตั้งมาแล้วกว่า 400 ปี นับจากคริสต์ศตวรรษที่ 6 ถอยหลังไป ลังกาสุกะจึงอาจเริ่มต้นตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2
บันทึกเดียวกันบอกว่าอาณาเขตกว้างขนาดต้องเดินทาง 30 วันจากตะวันออกไปตะวันตก และ 20 วันจากเหนือไปใต้ ตัวเลขนี้อาจเกินจริง แต่สะท้อนว่าในสายตาจีน ลังกาสุกะเป็นรัฐที่มีความสำคัญ เมืองหลวงมีกำแพงล้อม ประตูสองชั้น หอคอย และศาลา ส่วนสินค้าที่ขึ้นชื่อคือไม้กฤษณาและการบูร ซึ่งเป็นของหอมที่ตลาดจีนต้องการ
ที่มาของชื่อลังกาสุกะยังไม่แน่ชัด นักวิชาการบางท่านเสนอว่าอาจมาจากคำว่าลังกา รวมกับพระนามพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย แต่ข้อเสนอนี้ยังไม่มีหลักฐานรองรับมากพอ
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02พระเจ้าภคทัตต์กับคณะทูตสู่จีน
ใน พ.ศ. 1058 (ค.ศ. 515) พระเจ้าภคทัตต์แห่งลังกาสุกะ ซึ่งจีนเรียกว่าโผเจียต๋าตัว ส่งทูตชื่ออาเชอตัวนำพระราชสาส์นไปถวายจักรพรรดิเหลียงอู่ตี้ ต่อมายังมีคณะทูตตามไปอีกใน พ.ศ. 1066, 1074 และ 1111 (ค.ศ. 523, 531 และ 568) การส่งทูตต่อเนื่องเช่นนี้แสดงว่าลังกาสุกะต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน
บันทึกจีนยังเล่าเรื่องครอบครัวของพระเจ้าภคทัตต์ว่า บิดาของพระองค์เคยถูกขับออกจากเมือง จึงหนีไปอินเดียและแต่งงานกับธิดาของกษัตริย์ที่นั่น ภายหลังจึงกลับมาครองลังกาสุกะนานกว่ายี่สิบปี ก่อนส่งต่อราชสมบัติให้โอรส
เอกสารยังบรรยายการแต่งกายว่า กษัตริย์และขุนนางสวมผ้าสีแดงคลุมบ่าทับเสื้อ คาดเข็มขัดทอง และใส่ต่างหูทอง รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพราชสำนักที่ได้รับอิทธิพลอินเดียอย่างลึกซึ้ง
ลังกาสุกะเป็นชื่อที่ถูกจดไว้ทั้งภาษาจีน ทมิฬ และมลายู เพราะใครก็ตามที่ล่องเรือผ่านคาบสมุทรต้องรู้จักเมืองนี้
03ชื่อที่เดินทางผ่านหลายภาษา
ชื่อลังกาสุกะไม่ได้อยู่ในเอกสารจีนเท่านั้น ในคริสต์ศตวรรษที่ 7 หลวงจีนอี้จิง ผู้เดินทางไปศึกษาพุทธศาสนาที่อินเดีย เอ่ยถึงรัฐนี้ในชื่อหลางเจียซู ต่อมาใน พ.ศ. 1568 (ค.ศ. 1025) จารึกทมิฬของพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ 1 แห่งอินเดียใต้ ระบุชื่ออิลังกาโศกะไว้ในรายชื่อเมืองที่กองทัพโจฬะตีได้ ระหว่างการบุกโจมตีศรีวิชัย
ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 หนังสือจูฟานจื้อของจ้าวรู่กว้า ที่เขียนขึ้นใน ค.ศ. 1225 เรียกรัฐนี้ว่าหลิงหยาซือเจีย และจัดให้เป็นเมืองหนึ่งในเครือข่ายของศรีวิชัย ส่วนหนังสือเต่าอี้จื้อเลวี่ยสมัยราชวงศ์หยวนเรียกว่าหลงหยาซีเจี่ยว
การที่ชื่อนี้ปรากฏต่อเนื่องในเอกสารหลายภาษากว่าพันปี แสดงว่าลังกาสุกะเป็นจุดแวะพักที่พ่อค้าและนักเดินทางรู้จักกันดี แม้ฐานะทางการเมืองของมันจะเปลี่ยนไปตามยุค บางช่วงเป็นรัฐอิสระ บางช่วงอยู่ในเครือข่ายของศรีวิชัย
04เมืองโบราณยะรังและหลักฐานบนดิน
นักวิชาการส่วนใหญ่ เช่น พอล วีทลีย์ เชื่อว่าศูนย์กลางของลังกาสุกะอยู่แถบปัตตานี และชี้ไปที่เมืองโบราณยะรัง ในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ห่างตัวเมืองปัตตานีราว 15 กิโลเมตร เมืองนี้ประกอบด้วยกลุ่มบ้านวัด บ้านจาเละ และบ้านประแว ซึ่งมีคันดิน คูเมือง และสระน้ำโบราณ
กรมศิลปากรขุดค้นยะรังตั้งแต่ พ.ศ. 2532 พบเนินซากสถูปอิฐหลายสิบแห่ง พระพิมพ์และสถูปจำลองดินเผาที่จารึกคาถาภาษาสันสกฤตด้วยอักษรปัลลวะ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด และเศษเครื่องถ้วยจากเปอร์เซีย หลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ว่าที่นี่เป็นเมืองพุทธมหายานที่ค้าขายกับโลกภายนอก
การค้นพบที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นราวปลาย พ.ศ. 2565 เมื่อมีการพบเหรียญทองจากบริเวณยะรัง มีจารึกภาษาสันสกฤตที่อ่านว่า ศรีลังกาโศเกศวรปุณยะ รูปแบบข้อความคล้ายกับเหรียญเงินทวารวดีที่จารึกว่า ศรีทวารวตีศวรปุณยะ นักวิชาการเห็นว่าเหรียญนี้ช่วยยืนยันชื่อลังกาสุกะในพื้นที่ และชวนให้ตั้งคำถามว่าลังกาสุกะกับทวารวดีมีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกันเพียงใด
05ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งตะวันตก
แม้หลักฐานจีนและอาหรับจะชี้ไปที่ชายฝั่งตะวันออกแถบปัตตานี แต่ตำนานมลายูเรื่องฮิกายัตมะโรงมหาวังสาของรัฐเกดะห์กลับเล่าว่า ลังกาสุกะอยู่ฝั่งตะวันตกของคาบสมุทร และเป็นต้นกำเนิดของรัฐเกดะห์ ตามตำนานนี้ กษัตริย์องค์หนึ่งเข้ารับอิสลามและเปลี่ยนรัฐเป็นสุลต่านเกดะห์ เรื่องเล่านี้ควรอ่านในฐานะตำนาน
อีกปัญหาหนึ่งคือช่องว่างของเวลา เอกสารจีนบอกว่าลังกาสุกะมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 2 แต่ชั้นดินที่ขุดพบในยะรังเริ่มราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 นักวิชาการบางท่านเสนอว่าศูนย์กลางยุคแรกอาจอยู่ที่อื่น หรือยังขุดไม่ถึงชั้นที่เก่ากว่า
นักวิชาการบางคนยังเห็นว่าลังกาสุกะอาจครอบคลุมทั้งสองฝั่งคาบสมุทรในบางช่วง เพราะเส้นทางข้ามคาบสมุทรเป็นหัวใจของการค้าในยุคนั้น ความเห็นทั้งหมดนี้ยังไม่มีข้อยุติ
06จุดจบและมรดกสู่ปัตตานี
ลังกาสุกะรุ่งเรืองที่สุดราวคริสต์ศตวรรษที่ 6–7 ก่อนจะค่อย ๆ ลดบทบาทลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะลำน้ำตื้นเขินจนเรือสินค้าเข้าถึงเมืองได้ยาก และส่วนหนึ่งเพราะศรีวิชัยขึ้นมาครองการค้าในภูมิภาค
ปีสิ้นสุดของลังกาสุกะยังไม่ตรงกัน พงศาวดารปาไซของสุมาตราเล่าว่าถูกทำลายราว ค.ศ. 1370 แต่นักประวัติศาสตร์บางท่านเห็นว่ายังคงอยู่ถึงราวทศวรรษ 1470 ตามฮิกายัตปัตตานี เมืองที่อยู่ก่อนปัตตานีคือโกตามะห์ลิฆัย ซึ่งเจ้าเมืองได้ย้ายมาสร้างเมืองปัตตานีในเวลาต่อมา
ปัตตานีน่าจะเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 1893–1993 (ค.ศ. 1350–1450) และรับศาสนาอิสลามราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 มรดกของลังกาสุกะจึงไหลต่อสู่รัฐมุสลิมที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ภาคใต้ ชื่อลังกาสุกะเองก็ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนท้องถิ่นมาจนทุกวันนี้
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ตามการคำนวณจากจดหมายเหตุราชวงศ์เหลียง
พระเจ้าภคทัตต์ส่งพระราชสาส์นถึงจักรพรรดิเหลียงอู่ตี้
รักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน
ชั้นดินที่ยะรังเริ่มในช่วงนี้
ระบุอิลังกาโศกะในรายชื่อเมืองที่ตีได้
บันทึกว่าหลิงหยาซือเจียอยู่ในเครือข่ายศรีวิชัย
รัฐที่สืบต่อจากลังกาสุกะ
พบสถูปอิฐ พระพิมพ์ และประติมากรรมพุทธมหายาน
ข้อความว่า ศรีลังกาโศเกศวรปุณยะ
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: เหรียญคู่แฝด
เหรียญทองจากยะรังกับเหรียญเงินทวารวดีจากนครปฐม ขึ้นต้นด้วยชื่อเมืองเหมือนกัน และลงท้ายด้วยคำว่าปุณยะ ซึ่งหมายถึงบุญ
รู้หรือไม่: ของหอมจากป่าใต้
ไม้กฤษณาและการบูรจากลังกาสุกะเป็นของหอมราคาสูงในจีน ใช้ทั้งในพิธีกรรมทางศาสนาและในราชสำนัก
รู้หรือไม่: ชื่อเดียวกันกับศรีจนาศะ
พระนามภคทัตต์ยังปรากฏในรายพระนามกษัตริย์ศรีจนาศะบนที่ราบสูงโคราช แต่เป็นคนละพระองค์และห่างกันหลายร้อยปี
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (1)
บทความเหล่านี้พูดถึงลังกาสุกะ อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Langkasuka (Wikipedia)
- Bhagadatta (Langkasuka) (Wikipedia)
- Pattani Kingdom (Wikipedia)
- หรือแท้จริงแล้วทวารวดีและลังกาสุกะเป็นเครือญาติกัน (ศิลปวัฒนธรรม)
- แกะรอยการค้นพบเหรียญทองคำที่ปัตตานี (ศิลปวัฒนธรรม)
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา