รากเหง้าก่อนเป็นสยาม
ก่อนประวัติศาสตร์ ถึง พ.ศ. 1981ก่อนจะมีคำว่าไทย ผืนแผ่นดินนี้มีผู้คนอยู่มาหลายพันปีแล้ว ที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี นักโบราณคดีพบหม้อดินเผาลายเขียนสีแดง เครื่องมือสำริด และหลักฐานการปลูกข้าว อายุราว 5,600 ถึง 1,800 ปีก่อน แหล่งนี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2535
ต่อมาชาวมอญตั้งรัฐทวารวดีขึ้นแถบนครปฐมและลพบุรี รับพุทธศาสนาเถรวาทเข้ามา ส่วนอีสานและภาคกลางบางส่วนอยู่ใต้อิทธิพลขอม เห็นได้จากปราสาทหินพิมายและพนมรุ้ง
ราว พ.ศ. 1781 พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ตั้งอาณาจักรสุโขทัย ศิลาจารึกหลักที่ 1 บอกว่าในปี 1826 พ่อขุนรามคำแหงทรงคิดลายสือไทย ซึ่งเป็นต้นแบบของอักษรไทยที่เราใช้ ทางเหนือ พญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ในปี 1839 เป็นศูนย์กลางล้านนาเกือบ 600 ปี
ชุมชนเกษตรกรรมยุคสำริด
ราชวงศ์พระร่วงแยกตัวจากอำนาจขอม
ตามศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง
ศูนย์กลางอาณาจักรล้านนา
กรุงศรีอยุธยา 417 ปี
พ.ศ. 1893–2310ปี 1893 พระเจ้าอู่ทองตั้งกรุงศรีอยุธยาบนเกาะที่แม่น้ำสามสายล้อมรอบ ทำเลนี้ทำให้อยุธยาเป็นเมืองท่าค้าขายกับจีน ญี่ปุ่น เปอร์เซีย และยุโรป สุโขทัยถูกรวมเข้ามาในปี 1981
ศัตรูสำคัญคือพม่า ปี 2112 กองทัพพระเจ้าบุเรงนองยึดอยุธยาได้ เป็นการเสียกรุงครั้งแรก 15 ปีต่อมา สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และในปี 2135 ทรงชนช้างชนะพระมหาอุปราชาที่หนองสาหร่าย
การเสียกรุงครั้งที่สองในปี 2310 ทำให้ราชธานีอายุ 417 ปีถูกเผาจนเหลือแต่ซาก
สมัยสมเด็จพระนารายณ์ การค้ากับฝรั่งเศสรุ่งเรือง ทูตไทยเดินทางไปถึงพระราชวังแวร์ซาย แต่หลังพระองค์สวรรคตในปี 2231 พระเพทราชาก็ขับทหารฝรั่งเศสออกไป และอยุธยาก็ระวังชาติตะวันตกมากขึ้น
ทำไมอยุธยาจึงแตกในปี 2310
นักประวัติศาสตร์ชี้หลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งในราชสำนักที่ทำให้ขุนนางและแม่ทัพแตกแยก ระบบเกณฑ์ไพร่ที่อ่อนแอลง และกองทัพพม่าสมัยราชวงศ์คองบองที่มีวินัยและยุทธวิธีล้อมเมืองนานถึง 14 เดือน
ธนบุรี รัตนโกสินทร์ และยุคล่าอาณานิคม
พ.ศ. 2310–2475ภายในเจ็ดเดือนหลังเสียกรุง สมเด็จพระเจ้าตากสินรวบรวมกำลังขับไล่พม่า ตั้งราชธานีที่ธนบุรี ต่อมาในปี 2325 รัชกาลที่ 1 ย้ายราชธานีข้ามฝั่งมาเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ และอีกสามปีต่อมาก็ต้องรับศึกเก้าทัพของพระเจ้าปดุง
ศตวรรษต่อมา ภัยใหญ่ไม่ได้มาจากพม่าแล้ว แต่มาจากอังกฤษและฝรั่งเศส สนธิสัญญาเบาว์ริงปี 2398 บังคับให้เปิดการค้าเสรี รัชกาลที่ 5 ตอบโต้ด้วยการปฏิรูปประเทศทั้งระบบ ตั้งกระทรวง สร้างทางรถไฟ ไปรษณีย์ โรงเรียน และเลิกทาส
แม้จะรักษาเอกราชไว้ได้ ไทยก็ต้องเสียดินแดนหลายครั้ง ครั้งใหญ่ที่สุดคือวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ในปี 2436 ที่เรือรบฝรั่งเศสบุกเข้าปากน้ำเจ้าพระยา
รัชกาลที่ 1 ย้ายราชธานีมาฝั่งตะวันออก
เกิดพิธีอาพาธพินาศเพื่อขับไล่โรค
เปิดการค้าเสรีกับอังกฤษ
เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง
พระราชบัญญัติทาส ร.ศ. 124
เปลี่ยนธงชาติเป็นธงไตรรงค์
2475 และสงครามโลกครั้งที่ 2
พ.ศ. 2475–2500เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎรนำโดยพระยาพหลพลพยุหเสนาและปรีดี พนมยงค์ เปลี่ยนการปกครองเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประเทศได้นายกรัฐมนตรีคนแรก แต่ความขัดแย้งระหว่างคณะราษฎรกับฝ่ายนิยมเจ้าก็เกิดขึ้นทันที จนกลายเป็นกบฏบวรเดชในปีถัดมา
สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ประเทศเปลี่ยนชื่อจากสยามเป็นไทยในปี 2482 วันที่ 8 ธันวาคม 2484 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกหลายจุด รัฐบาลยอมให้ผ่านและเข้าร่วมฝ่ายอักษะ ขณะที่ขบวนการเสรีไทยทั้งในและนอกประเทศต่อต้านญี่ปุ่น งานของเสรีไทยช่วยให้ไทยไม่ถูกนับเป็นผู้แพ้สงคราม
รัฐประหารปี 2490 เปิดยุคที่กองทัพเป็นผู้เล่นหลักทางการเมืองไทยยาวนานหลายทศวรรษอ่านต่อเรื่องการปฏิวัติ 2475 ↗ อ่านบทความเต็ม: 2475–2500 →
ทหาร นักศึกษา และประชาธิปไตยครึ่งใบ
พ.ศ. 2500–2540จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ยึดอำนาจในปี 2500 และ 2501 ปกครองด้วยมาตรา 17 ที่ให้อำนาจเด็ดขาด ขณะเดียวกันก็เริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรก สร้างถนน เขื่อน ไฟฟ้า ไทยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ ในสงครามเย็น และร่วมก่อตั้งอาเซียนที่กรุงเทพฯ ในปี 2510
ปี 2516 นักศึกษาและประชาชนหลายแสนคนเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จนจอมพลถนอมต้องลงจากอำนาจในเหตุการณ์ 14 ตุลา สามปีต่อมา การสังหารหมู่ที่ธรรมศาสตร์เมื่อ 6 ตุลา 2519 ตามด้วยรัฐประหาร ทำให้นักศึกษาจำนวนมากหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์
ยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ใช้คำสั่ง 66/2523 ดึงคนกลับจากป่า และเศรษฐกิจโตเร็ว เมื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขึ้นเป็นนายกฯ ในปี 2535 โดยไม่ได้ลงเลือกตั้ง ประชาชนออกมาต่อต้านจนเกิดพฤษภาทมิฬ ปี 2540 ค่าเงินบาทลอยตัว เศรษฐกิจล่มในวิกฤตต้มยำกุ้ง ปีเดียวกันนั้นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็ประกาศใช้
นักศึกษาประชาชนโค่นรัฐบาลถนอม
สังหารหมู่ในธรรมศาสตร์และรัฐประหาร
ต่อต้านนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ลอยตัวค่าเงินบาท 2 กรกฎาคม
ศตวรรษใหม่: สีเสื้อ รัฐประหาร และการเลือกตั้ง
พ.ศ. 2544–2569ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งปี 2544 ด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคและกองทุนหมู่บ้าน กลายเป็นรัฐบาลแรกที่อยู่ครบวาระ ความนิยมในชนบทกับการต่อต้านในเมืองนำไปสู่การแบ่งขั้วเสื้อเหลืองและเสื้อแดง รัฐประหาร 2549 และ 2557 การสลายการชุมนุมปี 2553 และการยุบพรรคอีกหลายครั้ง
หลังรัฐประหาร 2557 รัฐธรรมนูญ 2560 ให้ ส.ว. แต่งตั้งร่วมเลือกนายกฯ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในอำนาจถึงปี 2566 แม้พรรคก้าวไกลจะชนะเลือกตั้งปีนั้น แต่ได้เป็นฝ่ายค้าน เพื่อไทยตั้งรัฐบาลแทน
ปี 2568 เป็นปีที่วุ่นวาย ทั้งแผ่นดินไหวจากเมียนมาที่ทำให้ตึกถล่มในกรุงเทพฯ การปะทะชายแดนกัมพูชา และศาลรัฐธรรมนูญที่ให้แพทองธารพ้นตำแหน่ง อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกฯ และพาพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วย 192 ที่นั่ง
ในวันเลือกตั้งเดียวกัน ผู้มาใช้สิทธิกว่าร้อยละ 57 เห็นชอบให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อ่านต่อเรื่องการเลือกตั้ง 2569 ↗ อ่านบทความเต็ม: 2540–2557 →อ่านบทความเต็ม: 2557–ปัจจุบัน →
ฝน พายุ น้ำท่วม และแผ่นดินไหว
ภัยที่มาซ้ำทุกยุคไทยอยู่ในเส้นทางมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และพายุจากทะเลจีนใต้ น้ำท่วมจึงเป็นภัยที่พบบ่อยที่สุด ส่วนแผ่นดินไหวรุนแรงมักมาจากรอยเลื่อนในประเทศเพื่อนบ้านหรือใต้ทะเล
สงครามที่หล่อหลอมพรมแดน
จากยุทธหัตถีถึงช่องบกศึกกับพม่ากำหนดชะตาอยุธยา ส่วนยุคอาณานิคมกำหนดหน้าตาแผนที่ไทยวันนี้ ในศตวรรษที่ 20 ไทยเลือกข้างในสงครามโลกทั้งสองครั้ง และเป็นฐานทัพของสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม
โรคระบาดกับการสาธารณสุขไทย
อหิวาต์ ถึง โควิด-19ทุกครั้งที่โรคใหญ่ระบาด ระบบสาธารณสุขไทยจะเปลี่ยนตาม การปลูกฝีสมัยรัชกาลที่ 3 การกักโรคที่ท่าเรือหลังกาฬโรคปี 2447 และระบบเฝ้าระวังโรคหลังซาร์ส ล้วนเป็นพื้นฐานที่ใช้รับมือโควิด-19
ผู้เสียชีวิตนับหมื่นในสมัยรัชกาลที่ 2
คนไทยเสียชีวิตราว 8 หมื่นคน
พบผู้ป่วยรายแรก ต่อมารณรงค์ถุงยางร้อยเปอร์เซ็นต์
ทำลายสัตว์ปีกหลายสิบล้านตัว
ไทยพบผู้ติดเชื้อนอกจีนเป็นประเทศแรก เสียชีวิตกว่า 3.4 หมื่นคน
94 ปี นายกรัฐมนตรี 32 คน
พ.ศ. 2475–2569แต่ละแถบด้านล่างคือช่วงเวลาที่นายกฯ แต่ละคนอยู่ในตำแหน่ง ความกว้างตามจำนวนปี สีบอกที่มาของอำนาจ แตะหรือเลื่อนเมาส์ที่แถบเพื่อดูชื่อ
นับเป็นจำนวนปี นายกฯ ที่มาจากการรัฐประหารครองอำนาจเกือบครึ่งหนึ่งของ 94 ปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม อยู่นานที่สุดเกือบ 15 ปี ขณะที่ทวี บุณยเกตุ อยู่เพียง 17 วัน
รายชื่อนายกรัฐมนตรีไทยฉบับเต็ม ↗นโยบายหาเสียงที่ชนะใจคนไทย
การเลือกตั้ง 2544–2569ตั้งแต่ปี 2544 การเลือกตั้งไทยแข่งกันด้วยนโยบายเป็นรูปธรรม เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ค่าแรง 300 บาท และดิจิทัลวอลเล็ต เลือกปีเพื่อดูผลที่นั่งและนโยบายของพรรคหลัก