ยุครัฐโบราณ · สารานุกรม

ตำนานสิงหนวัติและโยนกนาคพันธุ์

ตามตำนาน ก่อนพุทธกาลถึงราวพุทธศตวรรษที่ 11 เรื่องเล่าถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์ในยุคหลังมาก

เรื่องเล่าของเจ้าชายผู้สร้างเมืองด้วยความช่วยเหลือของพญานาค และเมืองที่ล่มลงในคืนเดียว ในแอ่งเชียงแสน กับคำถามว่าตำนานบอกอะไรเราได้บ้าง

พื้นที่แอ่งเชียงแสน อำเภอเชียงแสนและอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
เอกสารหลักตำนานสิงหนวัติกุมาร และพงศาวดารโยนก
ผู้เรียบเรียงพงศาวดารโยนกพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุนนาค) พิมพ์ พ.ศ. 2442 และ พ.ศ. 2450
สถานะตำนาน ยังไม่มีหลักฐานโบราณคดียืนยันเมืองโยนกตามที่เล่า
จุดที่เชื่อมโยงเวียงหนองล่ม ทางใต้ของหนองบงคาย ตามความเชื่อท้องถิ่นคือที่ตั้งเมืองที่ล่ม
ต่อเนื่องไปสู่ตำนานหิรัญนครเงินยางของลวจังกราช และราชวงศ์ของพญามังราย

01แอ่งเชียงแสนกับเรื่องเล่าต้นเมือง

แอ่งเชียงแสนเป็นที่ราบริมแม่น้ำโขงทางเหนือสุดของประเทศไทย มีแม่น้ำกก แม่น้ำจัน และหนองน้ำใหญ่อย่างหนองบงคาย ดินแดนนี้อยู่ใกล้เส้นทางที่เชื่อมไปยังยูนนาน ลาว และพม่า จึงเป็นทางผ่านของผู้คนมาแต่โบราณ

ชาวล้านนามีตำนานหลายเรื่องที่อธิบายว่าบ้านเมืองของตนเริ่มต้นจากที่นี่ เรื่องที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือตำนานสิงหนวัติ ซึ่งเล่าถึงเมืองชื่อโยนกนาคพันธุ์ ต่อด้วยเมืองที่ล่มลงเป็นหนองน้ำ และเมืองใหม่ที่สืบต่อมาจนถึงยุคพญามังราย

ตำนานเหล่านี้มีคุณค่ามากในฐานะความทรงจำและความเชื่อของคนท้องถิ่น แต่ผู้อ่านควรแยกให้ออกว่าส่วนไหนเป็นเรื่องเล่า และส่วนไหนมีหลักฐานรองรับ บทความนี้จึงเล่าตำนานก่อน แล้วจึงดูว่าโบราณคดีและธรณีวิทยาบอกอะไรเพิ่มเติม

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
เวียงหนองล่ม

พื้นที่ชุ่มน้ำที่คนท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นที่ตั้งเมืองโยนกที่ล่ม มีร่องรอยโบราณคดีหลายยุค

เก็บรักษา/ชมได้ที่: รอยต่ออำเภอเชียงแสนและอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ทางใต้ของหนองบงคายดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
กำแพงเมืองและวัดในเชียงแสน

หลักฐานของเมืองเชียงแสนที่พญาแสนภูสร้างราว พ.ศ. 1871 ซึ่งเป็นยุคล้านนา

เก็บรักษา/ชมได้ที่: อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เช่น วัดป่าสักและวัดพระธาตุเจดีย์หลวงดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์

โบราณวัตถุตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงล้านนาที่แสดงว่าแอ่งเชียงแสนมีคนอยู่มายาวนาน

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสนดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02ตามตำนาน: สิงหนวัติกุมารกับพญานาค

ตามตำนาน สิงหนวัติกุมารเป็นโอรสองค์เล็กของพระเจ้าเทวกาลแห่งเมืองราชคฤห์ ในเรื่องเล่าระบุว่าทรงอพยพผู้คนจำนวนมากลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้ นักวิชาการไทยบางคนตีความว่าราชคฤห์ในตำนานนี้อาจหมายถึงดินแดนแถบยูนนาน แต่ข้อนี้เป็นเพียงการตีความ

ตามตำนาน เมื่อมาถึงริมแม่น้ำโขง พญานาคชื่อพันธุนาคราชแปลงกายเป็นพราหมณ์มาพบ แนะนำให้สร้างเมืองที่นี่และสัญญาว่าเมืองจะรุ่งเรือง เมื่อพราหมณ์หายตัวไป สิงหนวัติกุมารจึงรู้ว่าผู้มาพบคือนาค เมืองที่สร้างขึ้นจึงได้ชื่อว่านาคพันธุสิงหนวัตินคร ภายหลังเรียกกันว่าโยนกนาคพันธุ์

เรื่องพญานาคช่วยสร้างเมืองพบในตำนานของหลายเมืองในลุ่มแม่น้ำโขง นาคในตำนานเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนผู้อุปถัมภ์และเจ้าของแผ่นดินเดิม การที่นาคยินยอมให้สร้างเมือง จึงเป็นวิธีเล่าว่าผู้ปกครองได้รับสิทธิ์ในแผ่นดินอย่างชอบธรรม

เมืองในตำนานอาจไม่เคยมีอยู่ตามที่เล่า แต่แผ่นดินที่สั่นไหวใต้แอ่งเชียงแสนนั้นมีอยู่จริง

03ตามตำนาน: พระเจ้าพรหม และเมืองที่ล่มในคืนเดียว

ตามตำนาน โยนกมีกษัตริย์สืบต่อกันหลายรัชกาล ช่วงหนึ่งถูกขอมจากเมืองอุโมงคเสลารุกราน จนพระเจ้าพังคราชต้องเสียเมือง ต่อมาพระเจ้าพรหม ราชบุตร ทรงขับไล่ขอมออกไปได้ คืนบัลลังก์ให้พระราชบิดา แล้วไปสร้างเมืองใหม่ชื่อเวียงไชยปราการ

ตามตำนาน กษัตริย์องค์สุดท้ายของโยนกคือพระเจ้ามหาไชยชนะ วันหนึ่งชาวเมืองจับปลาไหลเผือกตัวใหญ่ได้ แล้วแบ่งเนื้อกินกันทั้งเมือง มีเพียงหญิงม่ายคนหนึ่งที่ไม่ได้กิน คืนนั้นแผ่นดินไหวและเมืองทั้งเมืองจมลงกลายเป็นหนองน้ำ เหลือเพียงบ้านของหญิงม่าย ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่าเกาะแม่ม่าย

ตามตำนาน ผู้รอดชีวิตย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่เวียงปรึกษา และอีกหลายชั่วคนต่อมาได้เชิญลวจังกราชจากดอยตุงมาเป็นผู้ปกครอง ลวจังกราชสร้างเมืองหิรัญนครเงินยาง ซึ่งตำนานล้านนาถือว่าเป็นต้นวงศ์ของพญามังราย ปีในตำนานที่บางแหล่งคำนวณไว้ เช่น การล่มของโยนกราว ค.ศ. 467 หรือการตั้งหิรัญนครราว ค.ศ. 638 ล้วนมาจากศักราชในเรื่องเล่า และนักวิชาการยังถกเถียงว่าควรคำนวณด้วยศักราชใด

04เอกสารที่เล่าเรื่องนี้

ตำนานสิงหนวัติกุมารเป็นตำนานพื้นเมืองล้านนา ต้นฉบับเก็บอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ และถูกนำมาพิมพ์ในประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 ฉบับที่มีผู้อ้างถึงบ่อยคือฉบับที่มานิต วัลลิโภดม ตรวจสอบชำระ พิมพ์ในปี พ.ศ. 2516

พงศาวดารโยนกเรียบเรียงโดยพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุนนาค) ในสมัยรัชกาลที่ 5 พิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2442 และพิมพ์อีกครั้งใน พ.ศ. 2450 ผู้เรียบเรียงรวบรวมตำนานและพงศาวดารล้านนาหลายฉบับ มาเล่าต่อกันตั้งแต่ยุคโยนก ผ่านพระนางจามเทวีและพญามังราย จนถึงสมัยของตน

นักวิชาการมองว่าพงศาวดารโยนกเป็นงานประวัติศาสตร์ล้านนาเล่มแรก ๆ ที่พยายามตรวจสอบหลักฐานแบบตะวันตก แต่ก็เขียนจากมุมมองของราชสำนักกรุงเทพฯ ที่ต้องการรวมล้านนาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ การอ่านพงศาวดารเล่มนี้จึงต้องคำนึงถึงบริบทตอนที่เขียนด้วย

05ตำนานกับหลักฐาน

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการพบซากเมืองหรือจารึกที่ยืนยันได้ว่าโยนกนาคพันธุ์มีอยู่จริงตามที่ตำนานเล่า ทั้งชื่อกษัตริย์และปีต่าง ๆ จึงยังอยู่ในขอบเขตของเรื่องเล่า สิ่งที่ยืนยันได้คือบริเวณเชียงแสนมีคนอาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุบางส่วนจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน

ส่วนเมืองเชียงแสนที่เห็นกำแพงอยู่ทุกวันนี้ สร้างขึ้นภายหลังมาก โดยพญาแสนภู หลานของพญามังราย ราว พ.ศ. 1871–1872 (ค.ศ. 1328–1329) วัดอย่างวัดป่าสักและวัดพระธาตุเจดีย์หลวงจึงเป็นหลักฐานของยุคล้านนา

บริเวณเวียงหนองล่ม ซึ่งอยู่รอยต่อระหว่างอำเภอเชียงแสนกับอำเภอแม่จัน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีร่องรอยทางโบราณคดีหลายยุค ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยล้านนา คนท้องถิ่นเชื่อว่าที่นี่คือเมืองที่ล่ม แต่ร่องรอยที่พบยังไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเมืองโยนกในตำนาน

06แผ่นดินไหวในความทรงจำ

นักธรณีวิทยาสนใจเรื่องเมืองล่มเพราะแอ่งเชียงแสนอยู่ใกล้รอยเลื่อนแม่จัน ซึ่งเป็นรอยเลื่อนมีพลังยาวกว่า 100 กิโลเมตร งานศึกษาบางชิ้นประเมินว่ารอยเลื่อนนี้ก่อแผ่นดินไหวขนาดราว 7 ได้ และร่องขุดสำรวจพบร่องรอยแผ่นดินไหวใหญ่ในอดีต

นักวิจัยด้านแผ่นดินไหวเคยยกเรื่องปลาไหลเผือกเป็นตัวอย่างว่าเรื่องเล่าพื้นบ้านอาจเก็บความทรงจำของภัยธรรมชาติจริงไว้ได้ เพราะเหตุการณ์ในตำนานซึ่งเล่าว่าเกิดเมื่อราว 1,500 ปีก่อน สอดคล้องกับร่องรอยแผ่นดินไหวที่พบในร่องขุดสำรวจรอยเลื่อนแม่จัน

ในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) Sutat Leelataviwat แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เสนอคำอธิบายทางวิศวกรรมว่า เมืองอาจไม่ได้จมลงทั้งเมือง แต่ดินใต้เมืองอาจเกิดการเหลวตัวเมื่อแผ่นดินไหวรุนแรง น้ำใต้ดินดันขึ้น ดินรับน้ำหนักไม่ได้ อาคารจึงทรุดลงและน้ำท่วมขัง ภาพนี้ใกล้กับคำบรรยายในตำนาน แม้จะยังไม่ใช่หลักฐานว่าเมืองโยนกมีอยู่จริง

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ตามตำนานสิงหนวัติกุมารสร้างเมือง

พญานาคพันธุนาคราชช่วยสร้างนาคพันธุสิงหนวัตินคร

ตามตำนานขอมยึดโยนก

พระเจ้าพังคราชเสียเมืองให้ขอมจากอุโมงคเสลา

ตามตำนานพระเจ้าพรหมกู้เมือง

ขับไล่ขอมแล้วสร้างเวียงไชยปราการ

ตามตำนาน ราว พ.ศ. 1010ค.ศ. ราว 467โยนกล่ม

เมืองจมลงในคืนเดียวหลังชาวเมืองกินปลาไหลเผือก ปีคำนวณจากศักราชในตำนาน

ตามตำนาน ราว พ.ศ. 1181ค.ศ. ราว 638ลวจังกราชสร้างหิรัญนคร

ต้นวงศ์ของเมืองเงินยางตามตำนานล้านนา

พ.ศ. 1781ค.ศ. 1238พญามังรายประสูติ

ประสูติที่เงินยาง ผู้ปกครองสายลวจังกราช

ราว พ.ศ. 1871–1872ค.ศ. 1328–1329สร้างเมืองเชียงแสน

พญาแสนภู หลานพญามังราย สร้างเมืองริมแม่น้ำโขง

พ.ศ. 2442ค.ศ. 1899พงศาวดารโยนกพิมพ์ครั้งแรก

เรียบเรียงโดยพระยาประชากิจกรจักร

พ.ศ. 2516ค.ศ. 1973ตำนานสิงหนวัติฉบับชำระ

มานิต วัลลิโภดม ตรวจสอบชำระ

พ.ศ. 2567ค.ศ. 2024อธิบายด้วยวิศวกรรมแผ่นดินไหว

เสนอว่าการเหลวตัวของดินอาจอธิบายเรื่องเมืองล่ม

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: เกาะแม่ม่าย

ตามตำนาน บ้านของหญิงม่ายที่ไม่ได้กินปลาไหลเผือกเป็นที่เดียวที่ไม่จมน้ำ และกลายเป็นที่มาของชื่อเกาะแม่ม่าย

รู้หรือไม่: รอยเลื่อนยังมีพลัง

รอยเลื่อนแม่จันยังมีพลังและยังเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กอยู่เป็นระยะ

รู้หรือไม่: เชียงแสนที่เห็นอายุไม่ถึงพันปี

กำแพงเมืองเชียงแสนปัจจุบันสร้างในสมัยพญาแสนภู ราวเจ็ดร้อยปีก่อน ห่างจากยุคโยนกในตำนานหลายร้อยปี

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Yonok Kingdom (Wikipedia)
  2. Ngoenyang (Wikipedia)
  3. ศิลปวัฒนธรรม: ตำนานนิทานเรื่อง นาคสร้างเมืองเชียงแสน
  4. ศิลปวัฒนธรรม: พระเจ้าพรหมมหาราช ในตำนานล้านนา
  5. ศิลปวัฒนธรรม: คุ้มหลวงเจ้าหลวงล้านนา แต่พงศาวดารโยนกแทบไม่กล่าวถึง
  6. Leelataviwat: Legend of Wiang Nong Lom and Earthquake Engineering Study
  7. Earth Observatory of Singapore: Folklore and Farmers in Active Fault Research
  8. Chiang Saen (Wikipedia)
  9. Mangrai (Wikipedia)
  10. เวียงหนองล่ม (Love Thailand)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา