ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

ภูเขาทอง ระนอง

ราวพุทธศตวรรษที่ 3–9 (ปลาย 1,000 ปีก่อน ค.ศ. ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 3–4)

เมืองท่าโบราณริมทะเลอันดามันในจังหวัดระนอง ที่พบเศษภาชนะจารึกอักษรทมิฬ ของจากโลกโรมัน และกระจกจีนสมัยฮั่น อายุราว 2,000 ปี

ที่ตั้งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ชายฝั่งทะเลอันดามัน
แหล่งใกล้เคียงบางกล้วยนอก และซากเรือโบราณปากคลองกล้วย
บทบาทสถานีการค้าชายฝั่งและแหล่งผลิตลูกปัด
เริ่มศึกษาราว พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005)
หลักฐานเด่นเศษภาชนะจารึกอักษรทมิฬ-พราหมี หัวแหวนแบบโรมัน แก้วโมเสก กระจกสำริดจีนสมัยฮั่น
เส้นทางข้ามคาบสมุทรภูเขาทอง–ทุ่งตะโก (ชุมพร) ไปสู่ฝั่งอ่าวไทย
การกำหนดอายุเทียบจากรูปแบบโบราณวัตถุ ยังไม่มีค่าคาร์บอนกัมมันตรังสีของแหล่ง
ที่เก็บของสำคัญสำนักศิลปากรที่ 15 อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

01ที่ตั้งริมฝั่งอันดามัน

แหล่งโบราณคดีภูเขาทองอยู่ในอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ทางฝั่งตะวันตกของคอคอดกระ พื้นที่นี้หันหน้าออกสู่ทะเลอันดามัน มีลำคลองและป่าชายเลนที่เรือขนาดเล็กเข้าออกได้ ทำเลแบบนี้เหมาะกับการเป็นจุดจอดเรือของพ่อค้าที่ข้ามมหาสมุทรอินเดียมา

ไม่ไกลจากภูเขาทองมีแหล่งบางกล้วยนอก ซึ่งพบโบราณวัตถุคล้ายกัน นักวิชาการจึงมองว่าทั้งสองแห่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนท่าเรือกลุ่มเดียวกัน ส่วนที่ปากคลองกล้วย บ้านบางกล้วย ตำบลกำพวน ยังพบซากเรือไม้โบราณจมอยู่ในโคลนอีกด้วย

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
เศษภาชนะจารึกอักษรทมิฬพราหมี

เศษภาชนะที่จารึกคำในภาษาทมิฬ ราวพุทธศตวรรษที่ 7

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ลูกปัดและเครื่องประดับทองคำ

ลูกปัดทองคำเทคนิคเม็ดทองจิ๋ว ฝีมือช่างชั้นสูง

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือภูเขาทอง ระนอง จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำปานกลาง เป็นแหล่งเปิดโล่ง ไม่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

แหล่งโบราณคดีภูเขาทอง ม.4 ต.กำพวน อ.สุขสำราญดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
9.379661, 98.415018
9°22′46.8″N 98°24′54.1″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02การค้นพบและการขุดค้น

เดิมชาวบ้านพบลูกปัดและเศษภาชนะในพื้นที่มานาน และมีการลักลอบขุดหาลูกปัดไปขายไม่น้อย งานทางวิชาการเริ่มจริงจังราว พ.ศ. 2548 เมื่อคณะนักโบราณคดีไทย-ฝรั่งเศส นำโดยเบเรนิซ เบลลินา นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ร่วมกับนักโบราณคดีไทย เข้ามาสำรวจ

หลังจากนั้นมีการสำรวจและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วง พ.ศ. 2549–2550 และ 2552 กรมศิลปากรขุดค้นขนาดเล็กใน พ.ศ. 2554 บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ จากสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต เป็นผู้ศึกษาแหล่งนี้อย่างต่อเนื่อง และเสนอว่าภูเขาทองคือเมืองท่าที่เก่าที่สุดแห่งหนึ่งของดินแดนที่เรียกกันว่าสุวรรณภูมิ

สำหรับบางกล้วยนอก ยังไม่เคยมีการขุดค้นแบบควบคุมชั้นดิน ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการสำรวจผิวดินและของที่ชาวบ้านพบ

เศษหม้อใบเดียวที่มีตัวอักษรทมิฬเพียงสามตัว บอกเราว่าเมื่อสองพันปีก่อน มีคนจากอินเดียใต้มาเดินอยู่บนชายฝั่งระนอง

03สิ่งที่พบ: จารึกทมิฬ ของโรมัน และกระจกจีน

ของที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเศษภาชนะดินเผาที่มีตัวอักษรสามตัว ไอราวตัม มหาเทวัน ผู้เชี่ยวชาญจารึกทมิฬ ยืนยันว่าเป็นภาษาทมิฬเขียนด้วยอักษรทมิฬ-พราหมี อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 2 เขาเสนอว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของคำที่แปลว่านักบวช

ที่ภูเขาทองยังพบหินคาร์เนเลียนแกะเป็นรูปสัตว์กำลังวิ่ง เศษภาชนะแก้วโมเสกที่ส่วนผสมทางเคมีตรงกับแก้วจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน และภาชนะดินเผาอินเดียแบบลายกลิ้ง (rouletted ware) จำนวนมาก

หลักฐานจากฝั่งตะวันออกก็มี ได้แก่ เศษภาชนะจีนสมัยราชวงศ์ฮั่น และชิ้นส่วนกระจกสำริดจีนสมัยฮั่นตะวันออก ซึ่งอยู่ในช่วง พ.ศ. 568–763 (ค.ศ. 25–220) นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการผลิตลูกปัดแก้วและหิน ตราประทับอักษรพราหมี และสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา

04ของจากโลกเมดิเตอร์เรเนียนทีละชิ้น

ชิ้นที่ได้รับการพิสูจน์ชัดที่สุดคือเศษชามแก้วโมเสกสีเขียวใสที่มีเส้นเกลียวสีเหลืองทึบฝังอยู่ในเนื้อ เศษนี้น่าจะมาจากส่วนโค้งด้านข้างของชาม ผลวิเคราะห์ส่วนผสมยืนยันว่าเป็นแก้วจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 ก่อน ค.ศ. ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1 ปัจจุบันอยู่ที่สำนักศิลปากรที่ 15 อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

หัวแหวนหินคาร์เนเลียนรูปสัตว์กำลังวิ่งจากภูเขาทองมีขนาดเล็กมากและแกะแบบเรียบง่าย จึงกำหนดอายุให้แน่นอนไม่ได้ ส่วนที่บางกล้วยนอกพบหัวแหวนหินซาร์โดนิกซ์รูปม้ากำลังเดินยกขาหน้า งานแกะละเอียดจนนักวิชาการเห็นว่าน่าจะทำในโลกโรมัน อายุราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ก่อน ค.ศ. ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1 แม้บางลักษณะจะชวนให้คิดว่าอาจมาจากโรงงานทางตะวันออกของจักรวรรดิก็ได้

บางกล้วยนอกยังมีเศษภาพสลักนูนบนหินซาร์โดนิกซ์ หรือที่เรียกว่าคามีโอ เหลือเพียงครึ่งล่างของชายสองคน ซึ่งตีความว่าเป็นซาเทอร์และอาจเป็นเทพบัคคัส ของชิ้นนี้และหัวแหวนรูปม้าอยู่ในความครอบครองของมูลนิธิเอกชน Suthiratana Foundation ซึ่งหมายความว่าของเหล่านี้มาจากการเก็บจากชาวบ้าน ไม่ได้มาจากหลุมขุดค้น

05จารึกทมิฬและตราทองคำ: ร่องรอยของผู้คน

เศษภาชนะจารึกจากภูเขาทองมีตัวอักษรเหลืออยู่เพียงสามตัว อ่านได้ว่า ตุ ระ โอ ไอราวตัม มหาเทวัน เสนอว่าน่าจะเป็นส่วนต้นของคำทมิฬ ตุระโวน ซึ่งแปลว่านักบวชหรือผู้สละโลก การค้นพบนี้มาจากงานของคณะไทย-ฝรั่งเศสที่มีเบเรนิซ เบลลินา จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส และประอร ศิลาพันธุ์ (Praon Silapanth) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และมีการเผยแพร่ข่าวใน พ.ศ. 2549

ถ้าการอ่านนี้ถูกต้อง ก็แปลว่าบนชายฝั่งระนองเมื่อราว 1,900 ปีก่อน มีนักบวชหรือผู้คนที่พูดภาษาทมิฬอยู่ด้วย และเขียนชื่อหรือคำบอกความเป็นเจ้าของลงบนภาชนะ เหมือนกับที่พบบนภาชนะในแหล่งท่าเรือของอินเดียใต้และศรีลังกา อย่างไรก็ดีตัวอักษรสามตัวเป็นข้อมูลที่น้อยมาก การตีความว่าเป็นคำใดจึงยังเป็นเพียงข้อเสนอ

ที่บางกล้วยนอกยังพบตราหรือเหรียญห้อยคอทองคำที่มีจารึกอักษรพราหมีคู่กับสัญลักษณ์ที่เก่ากว่า และที่ภูเขาทองพบตราประทับอักษรพราหมีกับสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา ของเหล่านี้บอกว่าชุมชนชายฝั่งนี้มีผู้รู้หนังสือ มีพ่อค้าที่ใช้ตราปิดผนึกสินค้า และน่าจะรู้จักพุทธศาสนาตั้งแต่ระยะแรก ๆ ของการติดต่อกับอินเดีย

06เครื่องปั้นดินเผาอินเดีย ลูกปัด และการกำหนดอายุ

ภาชนะดินเผาที่บอกการติดต่อกับอินเดียได้ดีคือภาชนะลายกลิ้ง ซึ่งมีลายจุดหรือขีดเป็นวงรอบที่ทำด้วยลูกกลิ้ง และภาชนะแบบมีปุ่มที่ก้นด้านใน ภาชนะทั้งสองแบบพบมากตามเมืองท่าในอินเดีย ภาชนะเหล่านี้พบทั้งที่ภูเขาทองและในบริเวณใกล้ซากเรือที่ปากคลองกล้วย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าเรือลำนั้นอาจเกี่ยวข้องกับอินเดีย

ภูเขาทองยังเป็นแหล่งผลิตลูกปัดด้วย พบทั้งลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน และลูกปัดทองคำ ลูกปัดแก้วหน้าคนและลูกปัดแก้วโมเสกเป็นกลุ่มที่โดดเด่น ส่วนเครื่องประดับหินแข็งมีรูปแบบคล้ายกับที่พบที่เขาสามแก้วในชุมพร ซึ่งบอกว่าช่างทั้งสองฝั่งคาบสมุทรน่าจะอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

ข้อควรรู้คือภูเขาทองยังไม่มีค่าอายุจากการหาคาร์บอนกัมมันตรังสี อายุของแหล่งในช่วงปลาย 1,000 ปีก่อน ค.ศ. ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 3–4 จึงได้จากการเทียบรูปแบบโบราณวัตถุกับแหล่งที่รู้อายุแล้ว เช่น เขาสามแก้ว และแหล่งในอินเดีย ค่าอายุ 2,120 และ 2,140 ปีที่ได้จากไม้เรือปากคลองกล้วยบอกอายุของไม้เรือเท่านั้น และใช้แทนอายุของเมืองท่าโดยตรงไม่ได้

07เรือโบราณที่ปากคลองกล้วย

ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ชาวประมงพบไม้เรือโผล่จากโคลนที่ปากคลองกล้วย กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เริ่มขุดค้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562 ตัวเรือยาวราว 19 เมตร กว้างราว 4.5 เมตร แผ่นไม้ต่อกันด้วยเดือยและรูเดือย

ผลการหาอายุตัวอย่างไม้ด้วยวิธี AMS ได้ค่าราว 2,120 และ 2,140 ปี ทำให้มีการเสนอว่าเป็นเรือโบราณร่วมสมัยกับเมืองท่าภูเขาทอง แต่ค่าอายุของไม้บอกอายุของต้นไม้ที่นำมาใช้ ไม่ได้บอกปีที่เรือจมโดยตรง เรื่องนี้จึงยังต้องรอผลการศึกษาเพิ่มเติม

08ความสำคัญและข้อถกเถียง

ภูเขาทองช่วยยืนยันว่าเมื่อราว 2,000 ปีก่อน ชายฝั่งอันดามันของไทยเป็นจุดที่พ่อค้าชาวอินเดียใต้ ชาวพื้นเมือง และสินค้าจากจีนกับโลกโรมันมาบรรจบกัน แหล่งนี้น่าจะเป็นปลายทางฝั่งตะวันตกของเส้นทางข้ามคาบสมุทร ซึ่งเชื่อมไปยังเขาสามแก้วและชายฝั่งอ่าวไทยผ่านเส้นทางภูเขาทอง–ทุ่งตะโก ในจังหวัดชุมพร

อย่างไรก็ดี การขุดค้นที่ภูเขาทองยังมีขนาดเล็ก และบางกล้วยนอกยังไม่เคยขุดค้นอย่างเป็นระบบ นักวิชาการจึงยังสรุปไม่ได้ชัดว่าแหล่งนี้มีบทบาทใหญ่เพียงใด การเรียกภูเขาทองว่าเมืองท่าแรกของสุวรรณภูมิเป็นข้อเสนอที่ผูกกับการตีความคำว่าสุวรรณภูมิ ซึ่งนักวิชาการยังเห็นต่างกันอยู่ว่าหมายถึงดินแดนใด

09ภูเขาทองในวันนี้

พื้นที่แหล่งโบราณคดีส่วนใหญ่เป็นที่ดินของชาวบ้านและสวน ไม่มีอุทยานประวัติศาสตร์หรือโบราณสถานให้ชม ร่องรอยที่เห็นได้คือเนินดินและหลุมที่เกิดจากการขุดหาลูกปัด

โบราณวัตถุบางส่วนจากภูเขาทองและบางกล้วยนอกอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ส่วนซากเรือที่ปากคลองกล้วยยังคงอยู่ในขั้นตอนศึกษาและอนุรักษ์ การปกป้องแหล่งจากการลักลอบขุดจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดของที่นี่

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ปลาย 1,000 ปีก่อน ค.ศ.เริ่มเป็นชุมชนการค้า

พ่อค้าจากอินเดียเริ่มเข้ามาติดต่อชายฝั่งอันดามัน

ราวพุทธศตวรรษที่ 5–6ค.ศ. คริสต์ศตวรรษที่ 1 ก่อน –ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1แก้วโมเสกจากเมดิเตอร์เรเนียน

อายุของเศษชามแก้วสีเขียวลายเกลียวเหลือง

ราวพุทธศตวรรษที่ 5–6ค.ศ. ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ก่อน –ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1หัวแหวนรูปม้าและคามีโอ

ของแบบโรมันจากบางกล้วยนอก

ราวพุทธศตวรรษที่ 7ค.ศ. ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2จารึกทมิฬ-พราหมี

อายุโดยประมาณของเศษภาชนะที่มีอักษรทมิฬ

พ.ศ. 568–763ค.ศ. 25–220สมัยฮั่นตะวันออก

ช่วงเวลาของกระจกสำริดจีนที่พบที่ภูเขาทอง

ราวพุทธศตวรรษที่ 8–9ค.ศ. ราวคริสต์ศตวรรษที่ 3–4ช่วงท้ายของแหล่ง

ร่องรอยการอยู่อาศัยและการค้าลดลง

พ.ศ. 2548ค.ศ. 2005เริ่มศึกษาทางวิชาการ

คณะไทย-ฝรั่งเศสเข้าสำรวจ

พ.ศ. 2549ค.ศ. 2006เผยแพร่จารึกทมิฬ

ไอราวตัม มหาเทวัน ยืนยันว่าเป็นอักษรทมิฬ-พราหมี

พ.ศ. 2549–2552ค.ศ. 2006–2009สำรวจและเก็บตัวอย่าง

คณะไทย-ฝรั่งเศสศึกษาภูเขาทองและบางกล้วยนอก

พ.ศ. 2554ค.ศ. 2011กรมศิลปากรขุดค้น

การขุดค้นขนาดเล็กที่ภูเขาทอง

พ.ศ. 2559ค.ศ. 2016พบเรือโบราณ

ชาวประมงพบซากเรือที่ปากคลองกล้วยปลายเดือนสิงหาคม

16 มกราคม พ.ศ. 2562ค.ศ. 2019ขุดค้นเรือ

กองโบราณคดีใต้น้ำเริ่มขุดค้นซากเรือ

พ.ศ. 2562ค.ศ. 2019บทความเมืองท่าแรกของสุวรรณภูมิ

บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ตีพิมพ์ข้อเสนอว่าภูเขาทองเป็นเมืองท่าที่เก่าที่สุดของสุวรรณภูมิ

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

แหล่งโบราณคดีภูเขาทองและบางกล้วยนอกอยู่ในอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง พื้นที่เป็นที่ดินเอกชนและไม่มีการจัดแสดงในที่ตั้ง ผู้สนใจควรติดต่อสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ก่อนเข้าพื้นที่ และไม่ควรเก็บหรือซื้อลูกปัดจากแหล่ง เพราะโบราณวัตถุเป็นสมบัติของชาติ

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: จารึกสามตัวอักษร

เศษภาชนะจารึกที่ภูเขาทองมีตัวอักษรเพียงสามตัว แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่ามีผู้ใช้ภาษาทมิฬอยู่ในคาบสมุทรไทยราวคริสต์ศตวรรษที่ 2

รู้หรือไม่: สองฝั่งโลกมาพบกัน

ที่แหล่งเดียวกันพบทั้งแก้วโมเสกจากแถบเมดิเตอร์เรเนียนและกระจกสำริดจากจีนสมัยฮั่น

รู้หรือไม่: ชื่อเหมือนแต่คนละที่

ภูเขาทองระนองเป็นคนละแห่งกับภูเขาทองที่วัดสระเกศในกรุงเทพฯ และเจดีย์ภูเขาทองที่อยุธยา

รู้หรือไม่: เรือที่เย็บด้วยเดือยไม้

เรือปากคลองกล้วยใช้วิธีเจาะช่องในแผ่นไม้แล้วสอดเดือยไม้ยึดเข้าด้วยกัน แผ่นไม้หนาราว 10–15 เซนติเมตร

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ภูเขาทองระนองเป็นภูเขาจริงหรือไม่
ชื่อนี้เป็นชื่อพื้นที่ แหล่งโบราณคดีเป็นเนินและที่ดินริมชายฝั่ง ไม่ได้เป็นภูเขาสูงหรือเจดีย์ และเป็นคนละแห่งกับภูเขาทองในกรุงเทพฯ อยุธยา หรือเมืองศรีมโหสถ
มีหลักฐานว่าคนอินเดียมาอยู่ที่นี่จริงหรือไม่
จารึกภาษาทมิฬบนภาชนะ ภาชนะดินเผาแบบอินเดีย และตราประทับอักษรพราหมี ทำให้นักวิชาการเชื่อว่ามีชาวอินเดียใต้เข้ามาพักหรืออาศัยอยู่ร่วมกับคนท้องถิ่น แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใด
ทำไมเรียกว่าเมืองท่าแรกของสุวรรณภูมิ
เป็นข้อเสนอของบุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ที่อาศัยอายุของโบราณวัตถุซึ่งเก่าถึงปลาย 1,000 ปีก่อน ค.ศ. แต่คำว่าสุวรรณภูมิยังตีความได้หลายแบบ นักวิชาการบางส่วนจึงยังไม่รับคำเรียกนี้
เรือที่ปากคลองกล้วยเป็นเรืออินเดียหรือไม่
กรมศิลปากรสันนิษฐานเช่นนั้นเพราะพบภาชนะอินเดียในบริเวณใกล้เคียงและค่าอายุไม้ราว 2,100 ปี แต่ยังต้องศึกษาเทคนิคการต่อเรือและชนิดไม้เพิ่มเติมก่อนจะสรุปได้
ไปชมโบราณวัตถุจากภูเขาทองได้ที่ไหน
ในพื้นที่ไม่มีการจัดแสดง โบราณวัตถุที่ขุดค้นอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร โดยเฉพาะสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ส่วนบางชิ้นอยู่ในคอลเลกชันเอกชน

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. ศิลปวัฒนธรรม: กองโบราณคดีใต้น้ำขุดซากเรือโบราณที่ปากคลองกล้วย ระนอง
  2. Southeast Asian Archaeology: Tamil-Brahmi inscription on pottery found in Thailand
  3. Favereau: Cultural Dynamics in the Early Multi-ethnic Ports of the Upper Thai-Malay Peninsula
  4. Borell, Bellina & Boonyarit: Contacts with the Mediterranean World
  5. ดำรงวิชาการ: การศึกษาเส้นทางข้ามคาบสมุทรภาคใต้ตอนบน
  6. KoreaScience: article on early port cities of the Thai-Malay Peninsula
  7. Bead Research: Southeast Asia bibliography
  8. วารสารลุ่มน้ำโขง: บทวิจารณ์ Before Siam
  9. วารสาร JLC: ตราประทับและลูกปัดจากเขาสามแก้ว

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา