ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

บ้านปราสาทและบ้านโนนวัด

ราวศตวรรษที่ 17 ก่อน ค.ศ. ถึงราว ค.ศ. 300

สองหมู่บ้านในอำเภอโนนสูงที่หลุมศพยุคสำริดอันมั่งคั่งเปิดให้เห็นสังคมเกษตรกรรมลุ่มแม่น้ำมูลก่อนยุคพิมายหลายพันปี

ที่ตั้งอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน
บ้านโนนวัดตำบลพลสงคราม ขุดค้นหลักช่วง พ.ศ. 2545–2550 (ค.ศ. 2002–2007)
ผู้นำการขุดค้นบ้านโนนวัดชาร์ลส์ ไฮแอม ร่วมกับอำพัน กิจงาม ต่อมาไนเจล ชาง
หลุมศพที่บ้านโนนวัดราว 640 หลุม ใน 11 ช่วงเวลา
ยุคสำริดที่บ้านโนนวัดราว 1,050–420 ปีก่อน ค.ศ. (ตามลำดับเวลาของไฮแอม)
บ้านปราสาทหลุมขุดค้นเปิดให้ชมหลุมศพยุคสำริดในตำแหน่งที่พบ
โครงกระดูกที่บ้านปราสาท59 โครง จากหลุมขุดค้นที่เปิดให้ชม 3 หลุม
ค่าอายุที่บ้านโนนวัดคาร์บอนกัมมันตรังสี 76 ค่า วิเคราะห์แบบเบย์

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

อำเภอโนนสูงอยู่ในลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน ระหว่างตัวเมืองนครราชสีมากับพิมาย พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มสลับเนินดินเตี้ย ๆ เหมาะแก่การทำนาข้าว ชุมชนโบราณหลายแห่งตั้งอยู่บนเนินที่สูงพ้นน้ำหลาก

บ้านโนนวัดอยู่ในตำบลพลสงคราม ใกล้ทางผ่านที่เชื่อมที่ราบสูงโคราชกับที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ตำแหน่งนี้ทำให้ชุมชนติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างทองแดงกับภาคกลางได้ ส่วนบ้านปราสาทอยู่ในลุ่มแม่น้ำมูลตอนบนเช่นกัน ห่างจากแหล่งบ้านลุมเขาราวสิบกิโลเมตร

ในหมู่บ้านทั้งสองแห่ง ชาวบ้านยุคปัจจุบันยังอาศัยอยู่บนเนินดินที่คนโบราณสร้างทับถมไว้ ใต้บ้านเรือนและลานวัดจึงมีชั้นดินเก่าซ้อนอยู่หลายพันปี

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
หลุมฝังศพยุคสำริด

โครงกระดูกพร้อมภาชนะและเครื่องประดับ จัดแสดงในหลุมเดิมกลางหมู่บ้าน

เก็บรักษา/ชมได้ที่: แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ภาชนะดินเผาฝังร่วมศพ

หม้อและชามที่วางคู่กับผู้ตาย บอกความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑ์แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือบ้านปราสาทและบ้านโนนวัด จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำสูง จุดนี้คือแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท บ้านโนนวัดอยู่ในอำเภอโนนสูงเช่นกัน

แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูงดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
15.245566, 102.371021
15°14′44.0″N 102°22′15.7″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02การค้นพบและการขุดค้น

บ้านปราสาทเป็นแหล่งที่มีการขุดค้นและเก็บหลุมขุดค้นไว้กลางหมู่บ้าน ทำให้คนทั่วไปเห็นหลุมศพยุคสำริดในตำแหน่งที่พบจริง แหล่งนี้จึงเป็นห้องเรียนกลางแจ้งของโบราณคดีอีสาน

บ้านโนนวัดเป็นโครงการขุดค้นขนาดใหญ่ เริ่มใน พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) นำโดยชาร์ลส์ ไฮแอม จากมหาวิทยาลัยโอทาโก นิวซีแลนด์ ร่วมกับอำพัน กิจงาม แห่งกรมศิลปากร ช่วงแรกขุดต่อเนื่องหลายฤดูกาลจนถึงราว พ.ศ. 2550 จากนั้นไนเจล ชาง รับหน้าที่นำการขุดค้นต่อ

ผลการขุดค้นบ้านโนนวัดตีพิมพ์เป็นรายงานหลายเล่มในชุด The Origins of the Civilization of Angkor ร่วมกับกรมศิลปากร ทำให้แหล่งนี้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงหลักของยุคก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ใต้ลานบ้านในโนนสูง มีหลุมศพที่บอกว่าเมื่อสามพันปีก่อน บางคนในหมู่บ้านร่ำรวยกว่าคนอื่นมาก

03บ้านปราสาท: สามหลุมกลางหมู่บ้าน

บ้านปราสาทตั้งอยู่ริมลำธารปราสาท หลักฐานการอยู่อาศัยย้อนไปได้ราว 3,000 ปี และนักโบราณคดีแยกการตั้งถิ่นฐานได้หลายระยะ ตั้งแต่ชุมชนเกษตรกรรมที่ทำภาชนะดินเผาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดีและสมัยเขมร ชาวบ้านเองพบเศษภาชนะได้ทั่วไปทั้งในสวน หลังบ้าน และใต้ถุนเรือน

กรมศิลปากรเริ่มขุดค้นบ้านปราสาทราว พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) หลังมีโบราณวัตถุที่ถูกลักลอบขุดจากพื้นที่ออกวางขาย ต่อมามีการจัดภูมิทัศน์หลุมขุดค้น 3 หลุมให้ประชาชนเข้าชม ทั้งสามหลุมพบโครงกระดูกรวม 59 โครง หลุมศพส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราว 2,500 ถึง 1,500 ปีก่อน บางโครงยังสวมเครื่องประดับสำริดที่กระดูกแขน และวางภาชนะดินเผาไว้รอบร่าง หลุมที่ 1 เป็นหลุมใหญ่ที่สุด ขุดลึกลงไปหลายเมตรกว่าจะถึงชั้นหลุมศพที่เก่าที่สุด และมีอาคารหลังคาคลุม ส่วนพิพิธภัณฑ์บ้านปราสาทซึ่งจัดตั้งใน พ.ศ. 2539 จัดแสดงประวัติแหล่งและหลุมขุดค้นจำลอง

หลุมที่ 2 มีโครงกระดูกให้เห็นไม่มาก แต่เป็นจุดที่พบชิ้นส่วนเศียรพระพุทธรูปแบบทวารวดี ซึ่งบอกว่าผู้คนสมัยทวารวดีก็เคยอยู่ที่นี่ ส่วนหลุมที่ 3 แสดงโครงกระดูกผู้หญิงและเด็กหลายโครงที่ไม่มีกะโหลก ร่วมกับภาชนะที่แตกกระจาย เรื่องเล่าในพื้นที่โยงหลุมนี้กับการตายอย่างรุนแรง แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่สรุปสาเหตุได้แน่ชัด

นอกจากหลุมศพ ยังพบภาชนะดินเผาแบบเคลือบน้ำดินสีแดงและลายเชือกทาบ กำไลเปลือกหอย แม่พิมพ์สำหรับหล่อขวานสำริด เบ้าหลอม และลูกปัดแก้ว ซึ่งแสดงว่าชุมชนบ้านปราสาทหล่อโลหะเองและเชื่อมกับเครือข่ายการค้าลูกปัดเช่นเดียวกับบ้านโนนวัด สื่อไทยมักเรียกบ้านปราสาทว่าพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งทางโบราณคดีแห่งที่สองของไทยต่อจากบ้านเชียง

04สิ่งที่พบ

บ้านโนนวัดพบหลุมฝังศพราว 640 หลุม แบ่งได้ 11 ช่วงเวลา เริ่มจากชุมชนยุคหินใหม่ราวศตวรรษที่ 17 ก่อนคริสตกาล ต่อด้วยยุคสำริดราว 1,050–420 ปีก่อนคริสตกาล และยุคเหล็กหลังจากนั้น ที่นี่ยังพบกระดูกไก่บ้านที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จัก อายุราว 1,650–1,250 ปีก่อนคริสตกาล

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ทีมขุดค้นพบหลุมศพยุคสำริดขนาดใหญ่ผิดปกติ หลุมหนึ่งกว้างราว 5 x 3.5 เมตร มีภาชนะดินเผาฝีมือดีอย่างน้อย 20 ใบ ขวานสำริดมีบ้อง และลูกปัดเปลือกหอยจำนวนมาก บางหลุมมีกำไลเปลือกหอยมือเสือขนาดใหญ่ ต่างหูเปลือกหอย และกำไลหินอ่อน นักวิจัยเรียกหลุมกลุ่มนี้ว่าหลุมศพชั้นสูง

ในหลุมอื่นยังพบเด็กทารกที่ฝังพร้อมขวานสำริด และทารกคนหนึ่งสวมกำไลข้อเท้าที่มีกระดิ่งสำริดราว 30 ลูก ในชั้นยุคสำริดตอนหลัง ของอุทิศลดลง แต่พบแม่พิมพ์ เบ้าหลอม และหลุมศพของช่างหล่อโลหะมากขึ้น

ในยุคเหล็ก ชุมชนบ้านโนนวัดมีคันดินและคูน้ำล้อมรอบสองชั้น โดยผันน้ำจากลำน้ำใกล้เคียง ส่วนที่บ้านปราสาท หลุมขุดค้นที่เปิดให้ชมแสดงหลุมศพยุคสำริดของชายและหญิงที่มีของอุทิศมั่งคั่ง ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่พบที่บ้านโนนวัด

05ลำดับชั้นยุคที่บ้านโนนวัด

ลำดับเวลาของบ้านโนนวัดสร้างจากค่าอายุคาร์บอนกัมมันตรังสี 76 ค่า ที่วิเคราะห์ด้วยสถิติแบบเบย์ ชั้นแรกสุดเป็นยุคหินใหม่ตอนต้นราวศตวรรษที่ 17 ก่อนคริสตกาล หลุมศพรุ่นแรกฝังในท่างอตัว ซึ่งนักวิจัยคิดว่าอาจเป็นของกลุ่มนักล่าสัตว์หาของป่า ส่วนยุคหินใหม่ตอนปลายราวศตวรรษที่ 13 ถึง 11 ก่อนคริสตกาล ฝังศพพร้อมภาชนะลายเรียบง่ายและของอุทิศไม่มาก

ยุคสำริดแบ่งได้ 5 ระยะ ระยะที่ 1 ราว 1,050–1,000 ปีก่อนคริสตกาล มีหลุมศพเพียง 7 หลุม พบกำไลเปลือกหอย สร้อย และขวานทองแดง ระยะที่ 2 ราว 1,000–850 ปีก่อนคริสตกาล มีของอุทิศหลากหลายที่สุด ระยะที่ 3 ราว 850–800 ปีก่อนคริสตกาล เป็นช่วงสุดท้ายที่หลุมศพมั่งคั่ง และศพหันศีรษะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือหรือตะวันตกเฉียงใต้

จากนั้นทุกอย่างเปลี่ยนไป ระยะที่ 4 ราว 800–700 ปีก่อนคริสตกาล มีหลุมศพถึง 162 หลุม แต่ของอุทิศลดลงอย่างฮวบฮาบ และระยะที่ 5 ราว 700–420 ปีก่อนคริสตกาล ก็ยังเรียบง่าย ภาพนี้ชี้ว่าคนมากขึ้นแต่การแสดงความมั่งคั่งในพิธีศพกลับลดลง

ยุคเหล็กเริ่มราว 420 ปีก่อนคริสตกาล มีเครื่องประดับจากแดนไกล เช่น หินคาร์เนเลียน หินอาเกต และแก้ว ระยะที่ 2 ของยุคเหล็กมีภาชนะสีดำขัดมันแบบที่เรียกว่าพิมายดำ ซึ่งเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน และยังพบลานทำโลหะราวสิบจุดที่มีเบ้าหลอมและเศษโลหะ

06เข้าไปดูหลุมศพชั้นสูงใกล้ ๆ

หลุมศพชั้นสูงหลุมแรกกว้างราว 5 x 3.5 เมตร มีโครงกระดูก 2 โครง ร่างผู้ชายที่อยู่ตรงกลางถูกวางในโลงไม้ มีลูกปัดเปลือกหอยนับพันเม็ด กำไลเปลือกหอยที่แตกหัก กำไลหินอ่อน และขวานสำริดมีบ้องวางอยู่ระหว่างข้อเท้า ที่น่าสนใจคือร่างนี้ถูกขุดขึ้นมาบางส่วนในภายหลัง และมีรอยฟันขวานที่หัวเข่าและลำคอ

หลุมที่สองเป็นของผู้หญิง 2 คน คนหนึ่งถูกขุดขึ้นบางส่วนเช่นกันและมีขวานสำริดมีบ้อง อีกคนสวมต่างหูเปลือกหอยข้างละ 12 ชิ้น สร้อยหลายสาย และกำไลเปลือกหอยมือเสือขนาดใหญ่ที่แขนท่อนล่าง ในยุคสำริดระยะที่ 3 บางคนสวมกำไลเปลือกหอยถึงราว 40 วงต่อแขน ร่วมกับกำไลหินอ่อนที่นำเข้ามาจากที่อื่น

หลุมอื่นก็บอกเรื่องอาชีพและความผูกพัน ชายคนหนึ่งถูกฝังพร้อมขวานสำริด 3 เล่ม ซึ่งเล่มหนึ่งเป็นขวานจิ๋ว อีกคนมีเครื่องมือช่างไม้สำริดทั้งเหล็กหมาด สิ่ว และขวาน 2 เล่ม ยังมีการฝังสุนัขพร้อมชามสองใบ ราวกับใส่อาหารและน้ำไว้ให้ ส่วนทารกบางคนถูกฝังในภาชนะที่เขียนลายเส้นโค้งอย่างประณีต

ชาร์ลส์ ไฮแอม ตีความว่าหลุมศพเหล่านี้แสดงการเกิดชนชั้นนำในยุคสำริดตอนต้น ซึ่งใช้พิธีศพแสดงฐานะ ก่อนที่การโอ้อวดแบบนี้จะลดลงในระยะหลัง สำหรับเขา บ้านโนนวัดคือหลักฐานของพัฒนาการทางสังคมที่ต่อเนื่องจนนำไปสู่การเกิดรัฐในภูมิภาคนี้

07ความสำคัญ

หลักฐานจากบ้านโนนวัดชี้ว่าสังคมยุคสำริดตอนต้นในลุ่มแม่น้ำมูลมีความเหลื่อมล้ำชัดเจน บางครอบครัวหรือบางกลุ่มสะสมของมีค่าจากแดนไกลได้มาก เช่น เปลือกหอยทะเลที่ต้องขนมาจากชายฝั่ง น้ำหนักของเครื่องประดับเปลือกหอยและหินอ่อนในหลุมศพช่วงนี้ไม่มีแหล่งใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เทียบได้

ความมั่งคั่งในหลุมศพสูงสุดช่วงราว 1,000–800 ปีก่อนคริสตกาล แล้วลดลง ก่อนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งในยุคเหล็กตอนต้นราว 200 ปีก่อนคริสตกาล ลำดับนี้ช่วยให้นักโบราณคดีเห็นว่าความซับซ้อนของสังคมขึ้นลงตามยุคสมัย

ชุมชนคูน้ำยุคเหล็กในลุ่มแม่น้ำมูลเป็นพื้นฐานของบ้านเมืองในยุคประวัติศาสตร์ เช่น พิมาย ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล การศึกษาบ้านโนนวัดจึงช่วยตอบคำถามว่ารากของอารยธรรมแบบเขมรในอีสานมาจากไหน

08ข้อถกเถียง

ค่าอายุจากบ้านโนนวัดเป็นหัวใจของข้อถกเถียงเรื่องยุคสำริดในไทย ไฮแอมหาอายุจากกระดูกมนุษย์และสัตว์ แล้วสรุปว่ายุคสำริดเริ่มราวศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสตกาล และความรู้เรื่องสำริดน่าจะมาจากจีนตอนใต้

ฝ่ายจอยซ์ ไวท์ ซึ่งศึกษาบ้านเชียง เสนอว่ายุคสำริดเริ่มเร็วกว่านั้นหลายร้อยปี และตั้งคำถามว่าค่าอายุจากกระดูกที่บ้านโนนวัดอาจคลาดเคลื่อนจากสภาพดินหรือวิธีเก็บตัวอย่าง ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ข้อสรุปร่วมกัน

09ปัจจุบัน

แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทเปิดให้ประชาชนชมหลุมขุดค้นที่มีโครงกระดูกและภาชนะดินเผาจัดแสดงในตำแหน่งเดิม หลุมเหล่านี้ตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านเรือนของชาวบ้านในปัจจุบัน

บ้านโนนวัดเป็นแหล่งวิจัยเป็นหลัก ผู้สนใจสามารถชมบ้านปราสาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย และปราสาทหินพิมายต่อกันได้ในเส้นทางเดียว

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ศตวรรษที่ 17 ก่อน ค.ศ.ชุมชนยุคหินใหม่ที่บ้านโนนวัด

เริ่มตั้งถิ่นฐาน หลุมศพรุ่นแรกฝังในท่างอตัว

ราว 1,650–1,250 ปีก่อน ค.ศ.ไก่บ้านรุ่นแรก

กระดูกไก่บ้านเก่าที่สุดเท่าที่รู้จักพบที่บ้านโนนวัด

ศตวรรษที่ 13–11 ก่อน ค.ศ.ยุคหินใหม่ตอนปลาย

ฝังศพพร้อมภาชนะลายเรียบง่ายและของอุทิศไม่มาก

ราว 1,050–1,000 ปีก่อน ค.ศ.ยุคสำริดระยะที่ 1

หลุมศพ 7 หลุมพร้อมกำไลเปลือกหอยและขวานทองแดง

ราว 1,000–800 ปีก่อน ค.ศ.หลุมศพชั้นสูง

ยุคสำริดระยะที่ 2–3 ช่วงที่หลุมศพมีของอุทิศมั่งคั่งที่สุด

ราว 800–700 ปีก่อน ค.ศ.ยุคสำริดระยะที่ 4

หลุมศพ 162 หลุม แต่ของอุทิศลดลงมาก

ราว 420 ปีก่อน ค.ศ.เข้าสู่ยุคเหล็ก

มีเครื่องประดับคาร์เนเลียน อาเกต และแก้ว ต่อมาชุมชนสร้างคันดินและคูน้ำล้อมรอบ

ราว 2,500–1,500 ปีก่อนหลุมศพบ้านปราสาท

ช่วงเวลาของหลุมศพส่วนใหญ่ในหลุมขุดค้นที่เปิดให้ชม

สมัยทวารวดีชุมชนทวารวดีที่บ้านปราสาท

พบชิ้นส่วนเศียรพระพุทธรูปแบบทวารวดีในหลุมที่ 2

พ.ศ. 2526ค.ศ. 1983เริ่มขุดค้นบ้านปราสาท

กรมศิลปากรเข้าขุดค้นหลังพบของที่ถูกลักลอบขุดออกวางขาย

พ.ศ. 2539ค.ศ. 1996พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท

จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประจำแหล่งโบราณคดี

พ.ศ. 2545ค.ศ. 2002เริ่มขุดค้นบ้านโนนวัด

ไฮแอมร่วมกับกรมศิลปากรเริ่มโครงการ

20 ก.พ. พ.ศ. 2546ค.ศ. 2003พบหลุมศพชั้นสูง

หลุมศพยุคสำริดขนาดใหญ่พร้อมของอุทิศมากมาย

พ.ศ. 2552–2555ค.ศ. 2009–2012ตีพิมพ์รายงาน

รายงานการขุดค้นหลายเล่มในชุด The Origins of the Civilization of Angkor

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทอยู่ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้ชมหลุมขุดค้นที่จัดแสดงโครงกระดูกและภาชนะดินเผาในตำแหน่งเดิม บ้านโนนวัดเป็นแหล่งวิจัยเป็นหลัก ชมต่อได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย และอุทยานประวัติศาสตร์พิมายซึ่งอยู่ไม่ไกล

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ไก่บ้านที่เก่าที่สุด

กระดูกไก่บ้านจากบ้านโนนวัดเป็นหลักฐานไก่เลี้ยงที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จัก

รู้หรือไม่: กระดิ่ง 30 ลูก

ทารกคนหนึ่งที่บ้านโนนวัดถูกฝังพร้อมกำไลข้อเท้าที่มีกระดิ่งสำริดราว 30 ลูก

รู้หรือไม่: หลุมกลางหมู่บ้าน

ที่บ้านปราสาท หลุมขุดค้นถูกเก็บไว้ให้ชมกลางหมู่บ้าน คนทั่วไปจึงเห็นหลุมศพโบราณได้ในตำแหน่งที่พบจริง

รู้หรือไม่: สุนัขที่มีชามข้าว

ที่บ้านโนนวัดมีการฝังสุนัขพร้อมชามสองใบ ราวกับเตรียมอาหารและน้ำไว้ให้ในโลกหลังความตาย

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

บ้านปราสาทกับบ้านโนนวัดเป็นที่เดียวกันหรือไม่
เป็นคนละหมู่บ้าน แต่อยู่ในอำเภอโนนสูงเหมือนกัน บ้านปราสาทเป็นแหล่งที่เปิดหลุมขุดค้นให้ประชาชนชม ส่วนบ้านโนนวัดเป็นแหล่งวิจัยขนาดใหญ่ที่ทีมของชาร์ลส์ ไฮแอม ขุดค้นตั้งแต่ พ.ศ. 2545
หลุมศพชั้นสูงคืออะไร
คือหลุมศพยุคสำริดตอนต้นที่บ้านโนนวัดซึ่งมีขนาดใหญ่และมีของอุทิศมากผิดปกติ เช่น ภาชนะดินเผาชั้นดีอย่างน้อย 20 ใบ ลูกปัดเปลือกหอยนับพัน กำไลหินอ่อน และขวานสำริด
ทำไมของอุทิศในหลุมศพจึงลดลงในยุคหลัง
ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด ไฮแอมมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่ชนชั้นนำยุคแรกเลิกใช้พิธีศพเพื่อแสดงฐานะอย่างโอ้อวด ทั้งที่จำนวนคนในชุมชนเพิ่มขึ้น
ทำไมแหล่งนี้สำคัญต่อข้อถกเถียงเรื่องยุคสำริด
ค่าอายุจำนวนมากจากบ้านโนนวัดเป็นฐานของลำดับเวลาแบบไฮแอมที่ให้ยุคสำริดเริ่มราว 1,050 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งช้ากว่าลำดับเวลาของฝ่ายบ้านเชียงหลายร้อยปี
ไปบ้านปราสาทแล้วทำอะไรได้บ้าง
ชมหลุมขุดค้น 3 หลุมและพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก เดินชมหมู่บ้านที่มีงานทอผ้าไหมและทอเสื่อ และมีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ของชุมชน

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Ban Non Wat - Wikipedia
  2. Thailand's Bronze Age superburials - Current World Archaeology
  3. Non Sung district - Wikipedia
  4. Charles Higham (archaeologist) - Wikipedia
  5. Higham, Ban Non Wat and the upper Mun valley - Siam Society
  6. Social organisation and the rise of civilisation in the Mun River valley - Physical Anthropology in Thailand (SAC)
  7. Ban Chiang Chronology - ISEAA
  8. Bare bones of history - Bangkok Post
  9. Ban Prasat - Travelfish
  10. Ban Prasat Archaeological Site - Thai Holiday Guide

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา