01ละโว้: เมืองมอญก่อนยุคขอม
ก่อนที่ลพบุรีจะมีปรางค์แบบขอม ที่นี่เป็นเมืองคูน้ำคันดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในวัฒนธรรมทวารวดี ผู้คนพูดภาษามอญและนับถือพระพุทธศาสนา จารึกอักษรมอญโบราณที่พบทั้งในภาคกลางและภาคเหนือทำให้นักวิชาการเชื่อว่า ละโว้กับหริภุญชัยมีประชากรกลุ่มเดียวกัน
ตำนานท้องถิ่นเล่าว่าเมืองนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 1191 (ค.ศ. 648) แต่ตัวเลขนี้มาจากพงศาวดารรุ่นหลังและยังไม่มีหลักฐานร่วมสมัยยืนยัน ส่วนตำนานภาคเหนือก็จดจำละโว้ในฐานะบ้านเกิดของพระนางจามเทวี ผู้ขึ้นไปครองหริภุญชัย
ละโว้ตั้งอยู่ในจุดที่ดี อยู่บนเส้นทางน้ำที่เชื่อมที่ราบภาคกลางกับที่ราบสูงโคราช จึงเป็นทั้งตลาดและชุมทางที่ใครก็อยากควบคุม เมื่ออาณาจักรขอมที่เมืองพระนครเข้มแข็งขึ้น ละโว้จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02ศรีจนาศะ: รัฐปริศนาบนที่ราบสูงโคราช
ก่อนที่ขอมจะครอบคลุมอีสาน มีรัฐหนึ่งที่รู้จักกันจากจารึกเท่านั้น ชื่อว่าศรีจนาศะ หลักฐานแรกคือจารึกบ่ออีกา พบที่เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงกษัตริย์แห่งศรีจนาศะที่ถวายควาย วัว ข้าทาส และช้างแก่ชุมชนสงฆ์
อายุของจารึกบ่ออีกายังตีความต่างกัน บางท่านกำหนดราว ค.ศ. 790 ขณะที่ยอร์ช เซเดส์เคยเสนอว่าเก่าถึงพุทธศตวรรษที่ 12–13 หลักฐานชิ้นที่สองคือจารึกศรีจนาศะ ลงศักราช พ.ศ. 1480 (ค.ศ. 937) แต่กลับพบไกลถึงพระนครศรีอยุธยา จารึกนี้เขียนด้วยภาษาสันสกฤตและเขมร ไล่รายพระนามกษัตริย์ตั้งแต่พระเจ้าภคทัตต์ลงมา
ศูนย์กลางของศรีจนาศะอยู่ที่ไหนยังเถียงกันไม่จบ นักวิชาการส่วนใหญ่ เช่น ศรีศักร วัลลิโภดม เห็นว่าอยู่แถบลุ่มน้ำมูลตอนบน ใกล้เมืองเสมา แต่ ดร.ธิดา สาระยา เสนอว่าอาจอยู่ที่ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และมีผู้เสนอว่าเสมากับศรีเทพอาจเป็นเมืองคู่ที่สัมพันธ์กัน
หลังจากนั้นศรีจนาศะน่าจะถูกรวมเข้ากับอาณาจักรขอม จารึกเมืองเสมาที่ลงศักราช พ.ศ. 1514 กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 แห่งเมืองพระนคร แสดงว่าอำนาจขอมมาถึงลุ่มน้ำมูลแล้วในเวลานั้น
ขอมไม่ได้ปกครองด้วยกองทัพเพียงอย่างเดียว แต่ผูกบ้านเมืองเข้าหากันด้วยถนน ปราสาท โรงพยาบาล และถ้อยคำที่ยังอยู่ในปากคนไทยทุกวัน
03เมื่อขอมเข้าครองละโว้
ต้นพุทธศตวรรษที่ 16 เกิดสงครามแย่งราชสมบัติในเมืองพระนครนานหลายปี ผู้ชนะคือพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ซึ่งต่อมาได้ขยายอำนาจมาทางตะวันตกจนถึงลพบุรีและลุ่มเจ้าพระยา ละโว้จึงตกอยู่ใต้การดูแลของเจ้านายเขมรในฐานะเมืองขึ้น
พระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 นับถือพุทธศาสนามหายาน แต่ก็เปิดกว้างต่อพุทธเถรวาทและศาสนาพราหมณ์ ลพบุรีในยุคนี้จึงเป็นเมืองที่หลายความเชื่ออยู่ร่วมกัน ทั้งพระสงฆ์มอญที่สืบมาแต่เดิม และพิธีกรรมแบบราชสำนักขอม
อย่างไรก็ตาม การปกครองของขอมไม่ได้มั่นคงตลอด ละโว้ส่งคณะทูตไปราชสำนักจีนเองในปี ค.ศ. 1115 และ ค.ศ. 1155 นักประวัติศาสตร์มองว่านี่เป็นสัญญาณว่าบางช่วงละโว้มีอิสระพอจะติดต่อต่างประเทศได้โดยตรง นักวิชาการบางคนจึงเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างละโว้กับเมืองพระนครยืดหยุ่นกว่าการเป็นเมืองขึ้นแบบตายตัว
04ปราสาทหินบนแผ่นดินไทย
หลักฐานที่ทุกคนเห็นได้ด้วยตาคือปราสาทหิน ปราสาทหินพิมายในจังหวัดนครราชสีมาเป็นศาสนสถานพุทธมหายานขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17 จารึกเรียกเมืองนี้ว่าวิมายปุระ ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศใต้สู่เมืองพระนคร และนักวิชาการหลายท่านเห็นว่าเป็นต้นแบบทางรูปทรงของปราสาทนครวัด
ในจังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับแล้ว เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูที่บูชาพระศิวะ สร้างต่อเติมหลายสมัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15–18 จารึกที่นี่กล่าวถึงนเรนทราทิตย์ผู้สร้างปราสาทประธาน ไม่ไกลกันคือปราสาทเมืองต่ำ สร้างราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 16 มีจุดเด่นคือสระน้ำที่ล้อมรอบระหว่างกำแพงชั้นใน
ในภาคกลาง พระปรางค์สามยอดที่ลพบุรีเป็นปรางค์ศิลาแลงสามองค์ต่อกัน สร้างในศิลปะแบบบายนช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ส่วนปราสาทเมืองสิงห์ที่กาญจนบุรีเป็นศาสนสถานพุทธมหายานในสมัยเดียวกัน ทางเหนือขึ้นไปที่ศรีเทพก็มีปรางค์แบบขอม เช่น ปรางค์ศรีเทพ อยู่ร่วมกับโบราณสถานทวารวดีที่เก่ากว่า เมืองโบราณศรีเทพได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2566
05พระเจ้าชัยวรมันที่ 7: โรงพยาบาลและที่พักริมทาง
ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 อาณาจักรขอมมีกษัตริย์ที่สร้างสิ่งก่อสร้างมากที่สุดพระองค์หนึ่ง คือพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างเมืองพระนครธม พระองค์นับถือพุทธศาสนามหายานอย่างลึกซึ้ง และแสดงพระราชศรัทธาด้วยการสร้างสิ่งสาธารณประโยชน์ทั่วอาณาจักร
จารึกที่ปราสาทตาพรหมและปราสาทพระขรรค์ระบุว่าทรงสร้างอโรคยศาล หรือสถานพยาบาล 102 แห่ง และธรรมศาลา หรือบ้านมีไฟสำหรับคนเดินทาง 121 แห่ง ในภาคอีสานของไทยพบอโรคยศาลราว 30 แห่ง ชาวบ้านเรียกว่ากู่หรือปรางค์กู่ จารึกประจำอโรคยศาลยังบอกจำนวนเจ้าหน้าที่และรายการสมุนไพรที่ใช้รักษาด้วย
จารึกปราสาทพระขรรค์ยังกล่าวถึงเมืองในลุ่มเจ้าพระยาและฝั่งตะวันตกหลายเมือง เช่น ลโวทยปุระ (ลพบุรี) สุวรรณปุระ (สุพรรณบุรี) ชยราชปุรี (ราชบุรี) และศรีชัยวัชรปุรี (เพชรบุรี) ส่วนเมืองศรีชัยสิงหปุรีนักวิชาการเชื่อว่าคือเมืองสิงห์ แต่การที่ชื่อเมืองปรากฏในจารึก ไม่ได้แปลว่าขอมปกครองโดยตรงเสมอไป บางท่านมองว่าเป็นเครือข่ายทางศาสนาและวัฒนธรรมมากกว่า
06ถนนหลวงจากเมืองพระนครถึงพิมาย
ขอมเชื่อมเมืองสำคัญเข้าหากันด้วยถนนยกระดับ เส้นที่ยาวที่สุดเส้นหนึ่งวิ่งจากเมืองพระนครไปทางตะวันตกเฉียงเหนือถึงพิมาย ระยะทางราว 225 กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ข้ามเทือกเขาพนมดงรักที่ช่องตาเมือน แล้วผ่านเขตพนมรุ้งก่อนมุ่งสู่ลุ่มน้ำมูล
นักวิชาการยืนยันได้ว่าถนนนี้ใช้งานในพุทธศตวรรษที่ 17–18 สิ่งก่อสร้างริมทางส่วนใหญ่เป็นงานสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาคารไม้และสะพานจำนวนมากผุพังไปแล้ว สิ่งที่ยังเหลือให้เห็นคือธรรมศาลาและอโรคยศาลที่ก่อด้วยหิน
ถนนเส้นนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าอำนาจขอมทำงานอย่างไร พระราชาไม่ได้ส่งทหารไปทุกเมือง แต่ใช้ถนน ศาสนสถาน และการแต่งตั้งเจ้านายท้องถิ่น ผูกเมืองต่างๆ ให้หันหน้ามาหาศูนย์กลาง ซึ่งตรงกับการที่ปราสาทพิมายหันหน้าไปทางเมืองพระนคร
07เสียมกุก: ภาพทหารที่นครวัด
บนระเบียงคดด้านทิศใต้ของปราสาทนครวัด มีภาพสลักขบวนทัพของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ซึ่งสร้างราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ภาพหนึ่งมีจารึกสั้นๆ ว่า เนะ สยำ กุก แปลได้ว่านี่คือพวกสยาม ภาพแสดงทหารที่แต่งกายต่างจากทหารเขมร เดินแถวตามหัวหน้าที่ยืนบนหลังช้าง
ในภาพสลักเดียวกันยังมีขบวนจากละโว้แยกออกมาอีกขบวนหนึ่ง จึงชัดเจนว่าคนสยามในภาพไม่ใช่ทหารละโว้ แต่พวกเขามาจากไหนยังเป็นปริศนา นักวิชาการตะวันตกยุคแรกเคยเชื่อว่าเป็นคนจากสุโขทัย จิตร ภูมิศักดิ์เสนอว่ามาจากลุ่มน้ำกก ส่วนสุจิตต์ วงษ์เทศเสนอว่ามาจากลุ่มน้ำโขงหรือแอ่งสกลนคร
สิ่งที่นักวิชาการเห็นตรงกันคือ ภาพนี้เป็นหลักฐานยุคแรกๆ ที่ใช้คำว่าสยามเรียกกลุ่มคน แต่ควรระวังการตีความว่าคือบรรพบุรุษคนไทยปัจจุบันโดยตรง เพราะคำว่าสยามในยุคนั้นอาจหมายถึงคนหลายกลุ่มในดินแดนทางตะวันตกของเขมร
08มรดกขอมในวัฒนธรรมไทย และการเสื่อมอำนาจ
อิทธิพลขอมยังอยู่ในภาษาไทยทุกวัน คำราชาศัพท์หลายคำ เช่น เสวย ตรัส โปรด และขนง มาจากภาษาเขมร รวมทั้งคำธรรมดาอย่างถนน ตำบล และกระบือ ราชสำนักไทยรุ่นหลังยังรับพิธีกรรมแบบพราหมณ์ ความคิดเรื่องกษัตริย์ในฐานะเทวราชา และรูปแบบปรางค์ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของวัดไทยสมัยอยุธยา
หลังรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อำนาจของเมืองพระนครเหนือดินแดนรอบนอกค่อยๆ ลดลง ในพุทธศตวรรษที่ 18 บ้านเมืองของคนไทเริ่มตั้งตัว จารึกวัดศรีชุมเล่าว่าพ่อขุนบางกลางหาวกับพ่อขุนผาเมืองยึดสุโขทัยจากขอมสบาดโขลญลำพงใน พ.ศ. 1781 (ค.ศ. 1238)
นักประวัติศาสตร์ยุคใหม่ไม่ได้มองเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการปลดแอกจากขอมทั้งหมด เพราะผู้ปกครองท้องถิ่นเองก็ใช้ตำแหน่งและธรรมเนียมแบบขอมอยู่แล้ว ละโว้ยังส่งทูตไปจีนอีกใน ค.ศ. 1289 และ 1299 ก่อนจะถูกรวมเข้ากับอยุธยาที่ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 1893 (ค.ศ. 1351) มรดกของละโว้และขอมจึงไหลต่อเข้าไปในรัฐไทยยุคต่อมาโดยตรง
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
เมืองมอญริมแม่น้ำลพบุรี ใช้อักษรมอญและนับถือพุทธศาสนา
พบที่เมืองเสมา กล่าวถึงกษัตริย์แห่งศรีจนาศะ
พบที่อยุธยา ไล่รายพระนามกษัตริย์ศรีจนาศะ
กล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 แสดงอำนาจขอมในลุ่มน้ำมูล
อำนาจขอมแผ่ถึงละโว้และลุ่มเจ้าพระยา
ศาสนสถานพุทธมหายานใหญ่ที่สุดในไทย หันหน้าสู่เมืองพระนคร
สัญญาณว่าละโว้มีอิสระในบางช่วง
ภาพขบวนทหารสยามที่ระเบียงคดนครวัด
สร้างอโรคยศาล ธรรมศาลา พระปรางค์สามยอด และปราสาทเมืองสิงห์
พ่อขุนบางกลางหาวยึดสุโขทัยจากขอมสบาดโขลญลำพง
ต่อมาละโว้ถูกรวมเข้ากับอยุธยา
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ปราสาทพิมายเก่ากว่านครวัด
ปราสาทหินพิมายสร้างก่อนนครวัดหลายสิบปี และนักวิชาการหลายท่านเห็นว่ารูปทรงปราสาทประธานเป็นต้นแบบให้นครวัด
รู้หรือไม่: ทับหลังที่กลับบ้าน
ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ของปราสาทพนมรุ้งเคยถูกลักลอบนำออกไปอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก และได้กลับคืนสู่ประเทศไทยใน พ.ศ. 2531
รู้หรือไม่: โรงพยาบาลอายุ 800 ปี
อโรคยศาลที่พบในอีสานคือสถานพยาบาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึกบอกแม้กระทั่งชื่อสมุนไพรและจำนวนหมอที่ประจำอยู่
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Lavo Kingdom (Wikipedia)
- Canasapura (Wikipedia)
- จารึกศรีจนาศะ ฐานข้อมูลจารึก ศมส.
- จารึกเมืองเสมา ฐานข้อมูลจารึก ศมส.
- ศรีจนาศะ อยู่ที่ไหน (ศิลปวัฒนธรรม)
- อโรคยศาล สถานที่รักษาโรค สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ศิลปวัฒนธรรม)
- 6 เมืองโบราณของไทยในจารึกปราสาทพระขรรค์ (ศิลปวัฒนธรรม)
- เสียมกุก ชาวสยามจากแอ่งสกลนคร (ศิลปวัฒนธรรม)
- Ancient Khmer Highway (Wikipedia)
- Prang Sam Yot (SAC Southeast Asian Arts)
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา