ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

ปราสาทหินพิมาย

ราวพุทธศตวรรษที่ 16–18 (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11–ต้น 13)

ปราสาทหินแบบเขมรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ปลายทางของถนนโบราณจากเมืองพระนคร และบ้านเกิดของราชวงศ์ที่ขึ้นครองกัมพูชา

ที่ตั้งตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ริมแม่น้ำมูล
ชื่อในจารึกวิมายปุระ (เมืองวิมาย) ซึ่งกลายเป็นชื่อพิมาย
ศาสนาพุทธมหายาน ผสมคติพราหมณ์
ขนาดเมืองราว 1,030 x 565 เมตร
ปรางค์ประธานสูงราว 28 เมตร หันหน้าทิศใต้สู่เมืองพระนคร
บูรณะไทยร่วมกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2507–2512 เปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ 12 เม.ย. 2532
จารึกราวสิบกว่าหลัก ภาษาเขมรและสันสกฤต เก่าสุดที่ลงศักราช พ.ศ. 1584
ทับหลังด้านทิศใต้พระพุทธเจ้าประทับนั่งใต้นาคปรกเจ็ดเศียร

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

ปราสาทหินพิมายตั้งอยู่กลางเมืองพิมาย จังหวัดนครราชสีมา บนที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน ตัวเมืองโบราณล้อมด้วยแม่น้ำมูล ลำน้ำเค็ม และคูเมือง กินพื้นที่ยาวราว 1,030 เมตร กว้างราว 565 เมตร

ลุ่มน้ำมูลตรงนี้มีผู้คนอาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งยุคสำริดและยุคเหล็กอย่างบ้านโนนวัดและเนินอุโลกอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ชุมชนเหล่านี้คือรากฐานที่ทำให้พิมายเติบโตเป็นเมืองสำคัญในเวลาต่อมา

จารึกเรียกเมืองนี้ว่าวิมายปุระ หมายถึงเมืองวิมาย ชื่อนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงมาเป็นพิมายในภาษาไทย

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
ปรางค์ประธานปราสาทหินพิมาย

ปราสาทหินทรายขาวหันหน้าทางทิศใต้สู่เมืองพระนคร

เก็บรักษา/ชมได้ที่: อุทยานประวัติศาสตร์พิมายดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ทับหลังพุทธศาสนามหายาน

ทับหลังสลักภาพพระพุทธรูปและเทพในคติมหายาน

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ประติมากรรมที่เชื่อว่าเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

รูปบุคคลนั่งสมาธิ พบที่ปราสาทพิมาย

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือปราสาทหินพิมาย จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป

ปราสาทหินพิมาย อุทยานประวัติศาสตร์พิมายดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
15.220018, 102.494151
15°13′12.1″N 102°29′38.9″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02การสร้างและผู้สร้าง

ลุ่มน้ำมูลตอนบนเข้าสู่ขอบเขตอิทธิพลของอาณาจักรเขมรราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–11 ศาสนสถานที่พิมายเริ่มสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16 และอาคารส่วนใหญ่ที่เห็นในปัจจุบันมีอายุช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12

นักวิชาการส่วนใหญ่ยกให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (ครองราชย์ราว พ.ศ. 1623–1650 หรือ ค.ศ. 1080–1107) เป็นผู้สร้างปราสาทประธาน พระองค์มาจากตระกูลที่มีถิ่นฐานในลุ่มน้ำมูลแถบพิมาย และได้ตั้งราชวงศ์มหิธรปุระขึ้นครองเมืองพระนคร ราชวงศ์นี้ต่อมามีกษัตริย์อย่างพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด

จารึกภาษาเขมรที่กรอบประตูปราสาทลงศักราชช่วง พ.ศ. 1651–1655 (ค.ศ. 1108–1112) ในรัชกาลพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ยืนยันว่าปราสาทประธานสร้างเสร็จก่อนช่วงเวลานั้น ต่อมาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวพุทธศตวรรษที่ 18 มีการก่อสร้างและซ่อมแซมเพิ่มเติม

ปราสาทพิมายหันหน้าไปทางใต้ เพราะปลายทางของถนนเส้นยาวที่ออกจากประตูของมันคือเมืองพระนคร

03จารึกบอกอะไรเรื่องพิมาย

ปราสาทพิมายเป็นแหล่งที่พบจารึกมากแหล่งหนึ่งในดินแดนไทย นักวิชาการจัดทะเบียนจารึกจากปราสาทแห่งนี้ไว้ราวสิบกว่าหลัก มีทั้งภาษาเขมรโบราณและภาษาสันสกฤต จารึกเหล่านี้ช่วยให้เรากำหนดช่วงเวลาการสร้างและใช้งานปราสาทได้ แทนที่จะอาศัยรูปแบบศิลปะเพียงอย่างเดียว

จารึกที่เก่าที่สุดหลักหนึ่งเป็นศิลาจารึกที่แตกหักจากปราสาทพิมาย ลงมหาศักราช 963 ตรงกับ พ.ศ. 1584 (ค.ศ. 1041) ในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 มีโศลกภาษาสันสกฤตสรรเสริญทั้งพระศิวะและพระพุทธเจ้า และมีส่วนที่เป็นภาษาเขมรบันทึกการถวายข้าวและน้ำมันเป็นประจำ หลักฐานนี้สนับสนุนความเห็นว่ามีศาสนสถานอยู่ที่พิมายแล้วก่อนปราสาทประธานหลังปัจจุบัน

จารึกที่กรอบประตูซุ้มประตูทิศใต้ของระเบียงคดลงมหาศักราช 1030–1034 ตรงกับราว พ.ศ. 1651–1655 บันทึกว่าขุนนางและข้าราชการแต่ละคนถวายสิ่งใดแก่ศาสนสถานในแต่ละปี ทั้งข้าทาส ที่ดิน และสิ่งของอื่น ๆ ส่วนจารึกบนฐานรูปเคารพในระเบียงคดกล่าวถึงศรีวีเรนทราธิปติวรมัน แห่งเมืองโฉกวกุล ผู้สร้างรูปเคารพกมรเตงชคตเสนาบดี แสดงว่าขุนนางท้องถิ่นมีบทบาทสูงในการอุปถัมภ์ปราสาท

ยังมีจารึกอีกหลักลงมหาศักราช 1108 ตรงกับ พ.ศ. 1729 (ค.ศ. 1186) ซึ่งอยู่ในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึกทั้งชุดจึงครอบคลุมเวลาเกือบ 150 ปี ตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 จนถึงยุคปลายของเมืองพระนคร

04สิ่งที่เห็นในปราสาท

ปราสาทพิมายมีผังซ้อนกันหลายชั้น เริ่มจากสะพานนาค ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอก ระเบียงคด แล้วจึงถึงลานชั้นในที่มีปรางค์ประธานหินทรายสีขาวสูงราว 28 เมตร ขนาบด้วยปรางค์หินแดงและปรางค์พรหมทัตซึ่งก่อด้วยศิลาแลง

ทับหลังและหน้าบันของปรางค์ประธานส่วนใหญ่สลักภาพเล่าเรื่องทางพุทธศาสนาและเรื่องรามเกียรติ์ ยกเว้นด้านทิศใต้ที่สลักภาพพระศิวะนาฏราช การผสมภาพทั้งสองศาสนาไว้ในอาคารเดียวทำให้พิมายเป็นตัวอย่างสำคัญของศิลปะเขมรในดินแดนไทย

ในปี พ.ศ. 2493 มีการพบประติมากรรมหินบุคคลสองชิ้นที่ปรางค์พรหมทัต นักวิชาการเชื่อว่าเป็นรูปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระมเหสี ชาวบ้านเรียกตามนิทานพื้นบ้านว่าท้าวพรหมทัตและนางอรพิม ส่วนหญิงในรูปสลักนักวิชาการเชื่อว่าเป็นพระนางชัยราชเทวี ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย

05เดินชมผังเมืองพิมาย

ผู้มาเยือนในสมัยโบราณที่เดินทางมาตามถนนจากเมืองพระนครจะเข้าเมืองทางประตูชัยด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นประตูเมืองหลักและกว้างพอให้ขบวนช้างผ่านได้ จากนั้นเดินตรงขึ้นเหนือมาถึงสะพานนาคที่มีราวเป็นลำตัวนาคเจ็ดเศียร ก่อนเข้าซุ้มประตูกำแพงชั้นนอก

ระหว่างกำแพงชั้นนอกกับระเบียงคดมีบรรณาลัยและอาคารประกอบอื่น ๆ เมื่อผ่านซุ้มประตูระเบียงคดเข้าไปจึงพบลานชั้นใน ซึ่งมีปรางค์ประธานหินทรายสีขาวอยู่ตรงกลาง ต่อด้วยมณฑปด้านหน้า ปรางค์หินแดงและปรางค์พรหมทัตตั้งอยู่ด้านหน้าในลานเดียวกัน ระเบียงคดเองก็สร้างใหม่บางส่วนในการบูรณะ

ลำดับจากโลกภายนอกเข้าสู่ห้องศักดิ์สิทธิ์ตรงกลางนี้สะท้อนคติจักรวาลแบบอินเดีย สะพานนาคเป็นเหมือนสายรุ้งเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ และปรางค์ประธานเปรียบได้กับเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาล

06พุทธตันตระที่พิมาย

ภายในห้องครรภคฤหะของปรางค์ประธานเคยประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก และทับหลังด้านทิศใต้ที่หันไปทางเมืองพระนครก็สลักภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งสมาธิใต้พังพานนาคเจ็ดเศียร ภาพนี้จึงเป็นหัวใจของปราสาท และน่าจะเกี่ยวข้องกับเทพประธานที่จารึกเรียกว่ากมรเตงชคตวิมาย

นอกจากภาพพุทธประวัติ ทับหลังหลายชิ้นยังสลักรูปเทพ อสูร และสัตว์ตามคัมภีร์พุทธศาสนาแบบวัชรยานหรือพุทธตันตระ ภาพชุดนี้ไม่ค่อยพบในปราสาทเขมรแห่งอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน

เปีย คอนติ นักวิชาการด้านศิลปะเขมร เสนอในงานวิจัยปี พ.ศ. 2550 ว่าพิมายเป็นศาสนสถานพุทธตันตระแห่งแรกที่สร้างในระดับราชสำนัก ราว ค.ศ. 1080–1108 ก่อนที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะส่งเสริมพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ราวร้อยปีต่อมา ขณะเดียวกันเธอโต้แย้งความเห็นเดิมที่ว่าลัทธิบูชาเหวัชระเกิดบนที่ราบสูงโคราชก่อนแล้วจึงแพร่ไปเมืองพระนคร โดยเสนอว่าทั้งสองพื้นที่พัฒนาคติพุทธตันตระไปพร้อมกันในแบบของตน ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในวงวิชาการ

07ความสำคัญ

ปราสาทพิมายมีลักษณะพิเศษคือหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทเขมรส่วนใหญ่ที่หันไปทางทิศตะวันออก นักวิชาการอธิบายว่าเพื่อหันไปหาเมืองพระนคร ซึ่งเชื่อมกับพิมายด้วยถนนโบราณยาวราว 225 กิโลเมตร ตามถนนสายนี้มีที่พักคนเดินทางที่สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นระยะ

พิมายจึงเป็นทั้งศูนย์กลางทางศาสนาและเมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรเขมรบนที่ราบสูงโคราช การที่ราชวงศ์จากลุ่มน้ำมูลขึ้นไปครองเมืองพระนครยังแสดงว่าดินแดนที่เป็นภาคอีสานในปัจจุบันมีบทบาทสูงในประวัติศาสตร์เขมร

แม้ผู้ปกครองเขมรหลายพระองค์นับถือศาสนาพราหมณ์ แต่ปราสาทพิมายเป็นศาสนสถานสำคัญของพุทธศาสนามหายาน สะท้อนว่าชุมชนในลุ่มน้ำมูลนับถือพุทธศาสนามาก่อนตั้งแต่สมัยทวารวดี

08ข้อถกเถียง

ผู้สร้างปราสาทพิมายยังมีความเห็นต่างกันเล็กน้อย ข้อมูลภาษาไทยบางแหล่งระบุว่าเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ในต้นพุทธศตวรรษที่ 16 ขณะที่นักวิชาการจำนวนมากยกให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เป็นผู้สร้างปราสาทประธาน ความเป็นไปได้หนึ่งคือพื้นที่นี้มีศาสนสถานรุ่นก่อนอยู่แล้ว และปราสาทที่เห็นวันนี้สร้างทับในรัชกาลหลัง

อีกเรื่องคือศาสนาของปราสาท แหล่งข้อมูลจำนวนมากระบุว่าสร้างเป็นศาสนสถานพุทธมหายานตั้งแต่แรก แต่บางแหล่งเสนอว่าเดิมเป็นเทวสถานของศาสนาพราหมณ์ แล้วเปลี่ยนเป็นพุทธมหายานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ภาพสลักที่ผสมทั้งสองศาสนาทำให้ประเด็นนี้ยังตีความได้หลายทาง

ส่วนประติมากรรมที่เชื่อว่าเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้นเป็นการระบุจากรูปแบบศิลปะที่คล้ายประติมากรรมของพระองค์ในกัมพูชา ไม่มีจารึกกำกับ จึงเป็นข้อสันนิษฐานที่ได้รับการยอมรับกว้างขวาง แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันโดยตรง

09ปัจจุบัน

รัฐบาลไทยประกาศคุ้มครองปราสาทพิมายเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2479 ต่อมากรมศิลปากรร่วมกับสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพทิศบูรณะระหว่าง พ.ศ. 2507–2512 โดยใช้วิธีอนัสติโลซิส คือรื้อหินที่พังลงมาแล้วประกอบกลับเข้าที่เดิม โดยใช้วัสดุใหม่ให้น้อยที่สุด มีแบร์นาร์ด-ฟิลิปป์ โกรลิเยร์ และสถาปนิกปีแยร์ ปิชาร์ เป็นกำลังสำคัญ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พิมายเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2532 ใกล้กันมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ซึ่งจัดแสดงทับหลังและประติมากรรมจากแหล่งต่าง ๆ ในลุ่มน้ำมูล

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–11เขมรขยายอิทธิพล

ลุ่มน้ำมูลตอนบนเข้าสู่ขอบเขตอาณาจักรเขมร

พ.ศ. 1584ค.ศ. 1041จารึกสมัยสุริยวรมันที่ 1

ศิลาจารึกจากปราสาทพิมายสรรเสริญพระศิวะและพระพุทธเจ้า

พ.ศ. 1623–1650ค.ศ. 1080–1107รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 6

ผู้ตั้งราชวงศ์มหิธรปุระ เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างปราสาทประธาน

พ.ศ. 1651–1655ค.ศ. 1108–1112จารึกกรอบประตู

จารึกภาษาเขมรในรัชกาลพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1

พ.ศ. 1729ค.ศ. 1186จารึกสมัยชัยวรมันที่ 7

จารึกจากปราสาทพิมายลงมหาศักราช 1108

ราวพุทธศตวรรษที่ 18ค.ศ. ปลายศตวรรษที่ 12สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

สร้างเพิ่มเติมและที่พักคนเดินทางตามถนนสู่เมืองพระนคร

พ.ศ. 2450ค.ศ. 1907บันทึกโดยนักสำรวจฝรั่งเศส

ลูเนต์ เดอ ลาฌองกีแยร์ ขึ้นบัญชีปราสาทพิมายในทะเบียนโบราณสถานเขมร

พ.ศ. 2479ค.ศ. 1936ประกาศเป็นโบราณสถาน

รัฐบาลไทยคุ้มครองปราสาทพิมาย

พ.ศ. 2493ค.ศ. 1950พบประติมากรรม

พบรูปบุคคลที่เชื่อว่าเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ปรางค์พรหมทัต

พ.ศ. 2507–2512ค.ศ. 1964–1969บูรณะแบบอนัสติโลซิส

โครงการร่วมไทย-ฝรั่งเศส

12 เม.ย. พ.ศ. 2532ค.ศ. 1989เปิดอุทยานประวัติศาสตร์

เปิดอุทยานประวัติศาสตร์พิมายอย่างเป็นทางการ

พ.ศ. 2562ค.ศ. 2019มรดกโลกรายการเบื้องต้น

กลุ่มปราสาทพนมรุ้ง เมืองต่ำ และปรางค์ปลายบัดเข้าบัญชีเบื้องต้น ต่อจากรายการเดิมที่รวมพิมายไว้ด้วย

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

อุทยานประวัติศาสตร์พิมายอยู่ใจกลางอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ในความดูแลของกรมศิลปากร ภายในมีสะพานนาค ซุ้มประตู ระเบียงคด และปรางค์ทั้งสาม ใกล้กันมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ที่จัดแสดงทับหลังและประติมากรรมจากลุ่มน้ำมูล

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ใหญ่ใกล้เคียงนครวัด

พื้นที่ที่ล้อมรอบเมืองพิมายมีขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่ของนครวัด

รู้หรือไม่: ห้องเรียนบูรณะ

การบูรณะพิมายเป็นครั้งแรกที่ไทยใช้วิธีอนัสติโลซิส และกลายเป็นต้นแบบของการบูรณะปราสาทหินแห่งอื่น เช่น พนมรุ้ง

รู้หรือไม่: นิทานกับรูปสลัก

ชาวบ้านเรียกรูปสลักที่ปรางค์พรหมทัตว่าท้าวพรหมทัต ตามนิทานพื้นบ้านท้าวปาจิตกับนางอรพิม

รู้หรือไม่: ขุนนางท้องถิ่นก็สร้างรูปเคารพ

จารึกในระเบียงคดบอกว่าศรีวีเรนทราธิปติวรมัน ขุนนางจากเมืองโฉกวกุล เป็นผู้สร้างรูปเคารพสำคัญองค์หนึ่ง

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ทำไมปราสาทพิมายหันหน้าไปทางใต้
นักวิชาการส่วนใหญ่อธิบายว่าปราสาทหันไปหาเมืองพระนคร ซึ่งเชื่อมกับพิมายด้วยถนนโบราณ ผู้เดินทางจากเมืองหลวงจึงเข้าเมืองทางประตูชัยด้านใต้และตรงไปยังปราสาทได้เลย
ปราสาทพิมายเป็นวัดพุทธหรือเทวสถานฮินดู
ปราสาทประธานมีภาพพระพุทธเจ้านาคปรกเป็นหัวใจและมีคติพุทธตันตระชัดเจน แต่ก็มีภาพรามเกียรติ์และพระศิวะนาฏราชด้วย นักวิชาการส่วนใหญ่ถือว่าเป็นศาสนสถานพุทธมหายาน ขณะที่บางท่านเสนอว่าเดิมอาจเป็นเทวสถานแล้วเปลี่ยนภายหลัง
ใครสร้างปราสาทพิมาย
หลักฐานจารึกชี้ว่ามีศาสนสถานตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ส่วนปราสาทประธานที่เห็นวันนี้ส่วนใหญ่ยกให้รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และสร้างเสร็จก่อนราว พ.ศ. 1651–1655 จากนั้นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างเพิ่มเติม
พิมายกับนครวัดเกี่ยวข้องกันอย่างไร
พิมายสร้างก่อนนครวัดราวไม่กี่สิบปี และราชวงศ์มหิธรปุระที่มีรากในลุ่มน้ำมูลก็เป็นราชวงศ์เดียวกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด นักวิชาการหลายท่านจึงมองว่ารูปแบบบางอย่างของพิมายส่งผลต่อสถาปัตยกรรมยุคนครวัด
ควรดูอะไรต่อหลังชมปราสาท
ควรไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ซึ่งจัดแสดงประติมากรรมที่เชื่อว่าเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึก และทับหลังจากหลายแหล่งในลุ่มน้ำมูล

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Phimai Historical Park - Wikipedia
  2. ปราสาทหินพิมาย - วิกิพีเดีย
  3. Jayavarman VI - Wikipedia
  4. Mahidharapura dynasty - Wikipedia
  5. Ancient Khmer Highway - Wikipedia
  6. ปิแอร์ ปิชาร์ด์ นักบูรณะปราสาทพิมาย-พนมรุ้ง - ศิลปวัฒนธรรม
  7. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย - กรมศิลปากร
  8. K. 953. Fragmentary stela from Prasat Phimai - DHARMA
  9. K. 954. Pedestal of the interior gallery of Phimay - DHARMA
  10. ศิลาจารึกปราสาทหินพิมาย 3 - ฐานข้อมูลจารึก ศมส.
  11. Tantric Buddhism in Phimai (Pia Conti, 2007) - Angkor Database
  12. Phimai - Hello Angkor (inscription list)
  13. Two sites placed on Unesco tentative list - Bangkok Post

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา