01ที่ตั้งและภูมิประเทศ
โนนนกทาเป็นเนินดินบนที่ราบสูงโคราช ชิดแนวผาด้านตะวันออกของเทือกเขาภูเวียง จังหวัดขอนแก่น อยู่ในลุ่มน้ำพอง ในช่วงที่มีการขุดค้นพื้นที่นี้อยู่ในเขตอำเภอภูเวียง ส่วนข่าวท้องถิ่นในระยะหลังระบุว่าแหล่งอยู่ในเขตอำเภอหนองนาคำ
คำว่าโนนในภาษาอีสานหมายถึงเนินดินที่สูงกว่าที่ราบรอบข้าง คนยุคก่อนประวัติศาสตร์ใช้เนินแห่งนี้อยู่อาศัยและเป็นที่ฝังศพต่อเนื่องหลายร้อยปี จนเกิดเป็นชั้นดินที่ซ้อนทับกันให้นักโบราณคดีศึกษาได้
หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น
ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons
ขวานสำริดที่มีบ้องสำหรับสวมด้าม ชิ้นเก่าที่สุดของแหล่งมีอายุราว 980–900 ปีก่อนคริสตกาล
เก็บรักษา/ชมได้ที่: ข้อมูลและภาพเผยแพร่ในรายงานการขุดค้นของบายาร์ดและโซลไฮม์ดูภาพถ่ายจริง ↗อุปกรณ์หล่อสำริดที่ฝังร่วมกับผู้ตาย แสดงว่ามีการหล่อโลหะในชุมชน
เก็บรักษา/ชมได้ที่: ข้อมูลเผยแพร่ในรายงานการขุดค้นและงานวิจัยของไฮแอมและคณะดูภาพถ่ายจริง ↗หลุมฝังศพชุดใหญ่ที่ใช้หาอายุใหม่ด้วยวิธี AMS และศึกษาสุขภาพของคนโบราณ
เก็บรักษา/ชมได้ที่: ฐานข้อมูลมานุษยวิทยากายภาพ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรดูภาพถ่ายจริง ↗แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่
จุดกะพริบคือบ้านโนนนกทา จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน
GPSพิกัดและการนำทาง
โดยประมาณ
16.799200, 102.304700พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด
02การค้นพบและการขุดค้น
ในราว พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) ไทยกำลังจะสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งในภาคอีสานภายใต้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำโขงตอนล่าง มหาวิทยาลัยฮาวายและกรมศิลปากรจึงร่วมกันทำโครงการโบราณคดีกู้ภัย เพื่อสำรวจแหล่งที่อาจจมน้ำ โดยมีวิลเฮล์ม จี. โซลไฮม์ ที่ 2 เป็นผู้อำนวยการ และวิทยา อินทโกศัย เป็นผู้แทนกรมศิลปากร
จากโครงการนี้ โนนนกทาได้รับการขุดค้นในช่วง พ.ศ. 2508–2511 (ค.ศ. 1965–1968) การขุดค้นหลักในปี ค.ศ. 1966 และ 1968 อยู่ในความดูแลของดอนน์ บายาร์ด และพาร์คเกอร์ บายาร์ดแบ่งลำดับชั้นวัฒนธรรมของแหล่งออกเป็น 11 ระยะ
โครงกระดูกจากโนนนกทาเป็นชุดหลุมฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์ชุดใหญ่ชุดหนึ่งของภูมิภาค ไมเคิล พีทรูเซฟสกี ศึกษาโครงกระดูกเหล่านี้และตีพิมพ์ผลงานในปี ค.ศ. 1974 ผ่านมหาวิทยาลัยโอทาโกในนิวซีแลนด์
เนินดินเล็ก ๆ เชิงเขาภูเวียงเคยทำให้โลกเชื่อว่าสำริดเกิดขึ้นที่อีสานก่อนใคร จนการหาอายุใหม่เขียนเรื่องนั้นขึ้นใหม่ทั้งหมด
03อ่านชั้นดิน สมัยต้นและสมัยกลาง
การขุดค้นหลักของโนนนกทาเกิดขึ้นสองฤดูกาล คือ ค.ศ. 1966 และ 1968 ในพื้นที่ขุดสองส่วน สิ่งที่พบมากที่สุดคือหลุมฝังศพ ซึ่งนักวิชาการยกให้เป็นชุดหลุมศพยุคก่อนประวัติศาสตร์ชุดใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลโครงกระดูกแต่ละโครงยังถูกบันทึกไว้ เช่น หลุมหมายเลข 4 จากฤดูกาล 1966 เป็นโครงกระดูกหญิงอายุราว 25–36 ปี
บายาร์ดแบ่งการฝังศพออกเป็น 11 ระยะ รวมเป็นสองช่วงใหญ่ ช่วงแรกเรียกว่าสมัยต้น (Early Period) มีสามระยะ เป็นชุมชนยุคหินใหม่ที่ยังไม่มีโลหะ ช่วงหลังเรียกว่าสมัยกลาง (Middle Period) มีแปดระยะ เป็นยุคสำริดที่มีขวาน แม่พิมพ์ และเบ้าหลอมฝังร่วมกับผู้ตาย
จุดเปลี่ยนที่นักโบราณคดีสนใจที่สุดอยู่ที่ระยะที่สามของสมัยต้น เพราะหลุมฝังศพหมายเลข 79 ในระยะนี้มีขวานแบบมีบ้องที่ทำจากโลหะผสมทองแดง ซึ่งเป็นชิ้นโลหะที่เก่าที่สุดเท่าที่กำหนดอายุได้แน่นอนของแหล่ง การหาอายุใหม่ให้ค่าราว 980–900 ปีก่อนคริสตกาล หรือราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล
04สิ่งที่พบ
หลุมฝังศพที่โนนนกทามีภาชนะดินเผาวางร่วมกับผู้ตาย บางหลุมมีของที่เกี่ยวกับการหล่อโลหะ ได้แก่ ขวานสำริดแบบมีบ้อง กำไล แม่พิมพ์ และเบ้าหลอม การพบเครื่องมือหล่อในหลุมศพชี้ว่าช่างหล่อสำริดอาจเป็นคนสำคัญในชุมชน
ของอื่นที่พบได้แก่ เครื่องมือหิน เครื่องมือกระดูก เปลือกหอย ลูกปัดเปลือกหอย และกระดูกหมูกับวัว เนื้อภาชนะดินเผาบางใบมีแกลบข้าวผสม แสดงว่าคนที่นี่ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ และหาอาหารจากธรรมชาติควบคู่กัน
ชั้นดินช่วงแรกสุดเป็นชุมชนยุคหินใหม่ที่ยังไม่ใช้โลหะ ต่อมาจึงเริ่มมีสำริด ทำให้โนนนกทาเป็นแหล่งที่ใช้ดูการเปลี่ยนผ่านจากยุคหินใหม่สู่ยุคสำริดในอีสานได้
05ข้อถกเถียงเรื่องอายุ
การหาอายุชุดแรกจากโนนนกทาให้ตัวเลขที่เก่ามาก โซลไฮม์และนักวิชาการบางคนเสนอว่าระยะแรกของแหล่งเก่าถึงสหัสวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล และมีการกล่าวอ้างว่าการทำสำริดที่นี่เริ่มราว 3,500 ปีก่อนคริสตกาล ถ้าเป็นจริง ก็แปลว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดค้นการหล่อสำริดขึ้นเองก่อนจีนและก่อนหลายภูมิภาคของโลก
ข้อเสนอนี้สั่นสะเทือนวงการโบราณคดีโลก และทำให้เรื่องราวของโนนนกทาผูกพันกับบ้านเชียง ซึ่งค้นพบในช่วงใกล้กันและได้ค่าอายุที่เก่ามากเช่นเดียวกัน ข้อถกเถียงเรื่องลำดับเวลาของทั้งสองแหล่งดำเนินมาราวครึ่งศตวรรษ
ในปี พ.ศ. 2557–2558 (ค.ศ. 2014–2015) ชาร์ลส์ ไฮแอม โทมัส ไฮแอม และคาเทรินา ดูกา หาอายุใหม่ด้วยวิธีเรดิโอคาร์บอนแบบ AMS จากโครงกระดูก 14 โครง ผลคือชุมชนเริ่มต้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล ขวานสำริดแบบมีบ้องชิ้นแรกสุดอยู่ในราว 1,000–900 ปีก่อนคริสตกาล และกิจกรรมยุคสำริดอยู่ในราว 900–600 ปีก่อนคริสตกาล
ตัวเลขชุดใหม่สอดคล้องกับลำดับเวลาแบบสั้นที่ได้จากบ้านเชียง บ้านโนนวัด และบ้านลุมเขา แต่ยังมีนักวิชาการฝ่ายลำดับเวลาแบบยาวที่ใช้วิธีหาอายุต่างออกไป และเสนอว่ายุคสำริดในอีสานเริ่มเร็วกว่านั้น ข้อถกเถียงนี้จึงยังไม่ยุติโดยสมบูรณ์
06ทำไมตัวเลขอายุชุดแรกจึงคลาดเคลื่อน
ในยุคแรก นักวิชาการหาอายุโดยใช้ถ่านจากชั้นดินด้วยวิธีเรดิโอคาร์บอนแบบดั้งเดิม ปัญหาคือถ่านอาจมาจากไม้ที่ตายมานานก่อนถูกเผา หรือเป็นถ่านที่เคลื่อนย้ายปะปนข้ามชั้นดิน ตัวอย่างบางชิ้นยังต้องรวมถ่านหลายก้อนเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ปริมาณพอวัด ทำให้ค่าที่ได้อาจเก่าเกินจริงมาก บายาร์ดเองเคยเสนอว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสำริดเกิดขึ้นหลัง 2,500 ปีก่อนคริสตกาลไม่นาน
ทีมของไฮแอมเลือกหาอายุจากคอลลาเจนในกระดูกของผู้ตายโดยตรง ได้ค่าอายุแบบ AMS รวม 16 ค่า จากตัวอย่าง 15 ตัวอย่าง โดยมีหลุมศพหนึ่งที่วัดซ้ำสองครั้ง จากนั้นนำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยสถิติแบบเบย์ร่วมกับลำดับชั้นดิน เพราะกระดูกมาจากคนที่ถูกฝังในหลุมนั้นจริง ค่าอายุจึงผูกกับเหตุการณ์ฝังศพได้แน่นอนกว่าถ่าน
ผลคือระยะแรกสุดของยุคหินใหม่อยู่ราว 1,500–1,300 ปีก่อนคริสตกาล ระยะที่สองสิ้นสุดราว 1,050–950 ปีก่อนคริสตกาล และยุคสำริดทั้งหมดถูกบีบลงมาอยู่ในช่วงเพียงสามถึงสี่ศตวรรษ ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึง 6 ก่อนคริสตกาล จากเดิมที่เคยคิดว่ายาวนานหลายพันปี
07หมู่บ้านชาวนาที่ไม่มีหัวหน้าร่ำรวย
ก่อนหน้านี้ นักวิชาการบางคนอ่านหลุมศพโนนนกทาว่าสะท้อนสังคมที่มีการแบ่งชนชั้น มีทั้งคนที่ได้ของฝังมากและคนที่ได้น้อย และมีข้อเสนอว่าผู้หญิงบางคนได้รับการฝังใต้เนินดินเป็นพิเศษ ภาพนี้ทำให้โนนนกทาถูกมองเป็นชุมชนแบบหัวหน้าเผ่าที่มีผู้นำร่ำรวย
งานของไฮแอมและคณะใน พ.ศ. 2557 ทบทวนข้อมูลเดิมแล้วพบภาพที่ต่างออกไป ของที่ฝังร่วมกับผู้ตายส่วนใหญ่เรียบง่ายตลอดทุกระยะ ได้แก่ ภาชนะดินเผาที่ทำในท้องถิ่น กระดูกสัตว์ และเครื่องมือ ส่วนของมีค่าที่มาจากแดนไกลแทบไม่พบเลย ส่วนข้อเสนอเรื่องการฝังใต้เนินดินก็อาศัยตัวอย่างเพียงหญิง 6 คนและชาย 3 คน ซึ่งน้อยเกินไป และหลุมที่ไม่มีเนินดินบางหลุมกลับมีของฝังเท่ากันหรือมากกว่า
ข้อสรุปของทีมนี้คือ โนนนกทาเป็นหมู่บ้านเกษตรกรขนาดเล็กที่อยู่ห่างจากเส้นทางแลกเปลี่ยนหลัก และมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมน้อยมาก ภาพนี้ต่างจากแหล่งร่วมสมัยอย่างบ้านโนนวัดที่พบหลุมศพมั่งคั่งมากกว่า และทำให้เห็นว่าชุมชนยุคสำริดในอีสานมีความหลากหลาย ไม่ได้เดินไปทางเดียวกันทั้งหมด
08ความสำคัญ
โนนนกทาเป็นหนึ่งในแหล่งแรก ๆ ที่ทำให้นักโบราณคดีทั่วโลกหันมามองอีสานในฐานะพื้นที่สำคัญของยุคสำริด แม้ตัวเลขอายุชุดแรกจะไม่ได้รับการยอมรับแล้ว แต่การถกเถียงที่เกิดขึ้นได้ผลักดันให้มีการขุดค้นและพัฒนาวิธีหาอายุในภูมิภาคนี้อีกมาก
เรื่องของโนนนกทายังเป็นบทเรียนว่าการหาอายุทางโบราณคดีขึ้นกับตัวอย่างที่เลือกและวิธีที่ใช้ ตัวอย่างที่ปะปนจากชั้นดินต่างกันอาจให้ตัวเลขผิดไปได้หลายพันปี
09ปัจจุบัน
ผลการขุดค้นได้รับการรวบรวมเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์โดยดอนน์ บายาร์ด และวิลเฮล์ม โซลไฮม์ ส่วนข้อมูลโครงกระดูกจากโนนนกทาสามารถค้นได้ในฐานข้อมูลมานุษยวิทยากายภาพของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมยุคสำริดของอีสานสามารถชมโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ของภูมิภาคได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงในจังหวัดอุดรธานี
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ระยะแรกของสมัยต้น ชุมชนยุคหินใหม่ตามการหาอายุใหม่
ก่อนหน้าการปรากฏของโลหะชิ้นแรก
หลุมหมายเลข 79 มีขวานแบบมีบ้องเก่าที่สุดของแหล่ง
การฝังศพพร้อมสำริด แม่พิมพ์ และเบ้าหลอม
มหาวิทยาลัยฮาวายร่วมกับกรมศิลปากรสำรวจพื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำในอีสาน
ขุดค้นหลักโดยบายาร์ดและพาร์คเกอร์
เปิดหลุมขุดและพบหลุมฝังศพจำนวนมาก
ขุดค้นเพิ่มเติม ได้หลุมฝังศพทั้งยุคหินใหม่และยุคสำริด
จุดเริ่มต้นการถกเถียงเรื่องกำเนิดสำริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พีทรูเซฟสกีตีพิมพ์ผลการศึกษาโครงกระดูก
ไฮแอมและคณะตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Indo-Pacific Archaeology
บทความใน PLOS ONE ใช้ค่าอายุจากโนนนกทา บ้านเชียง และบ้านโนนวัด
ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้
แหล่งโบราณคดีโนนนกทาอยู่เชิงเขาภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชนบทที่ไม่มีพิพิธภัณฑ์ประจำแหล่ง ผู้สนใจยุคสำริดของอีสานควรชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นในตัวเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงที่อุดรธานี
ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่
ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ขุดเพราะเขื่อน
การขุดค้นโนนนกทาเริ่มจากโครงการกู้ภัยแหล่งโบราณคดีก่อนการสร้างอ่างเก็บน้ำในอีสาน
รู้หรือไม่: ช่างหล่อในหลุมศพ
แม่พิมพ์และเบ้าหลอมที่ฝังร่วมกับผู้ตายบอกว่าทักษะหล่อโลหะมีความหมายต่อสถานะของคน
รู้หรือไม่: อายุหายไปกว่าสองพันปี
ค่าอายุสำริดลดจากราว 3,500 ปีก่อนคริสตกาล เหลือราว 900 ปีก่อนคริสตกาลเมื่อหาอายุใหม่
ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย
โนนนกทาอยู่ที่ไหน
โนนนกทาเคยถูกอ้างว่าเป็นแหล่งสำริดเก่าที่สุดในโลกจริงหรือ
ทำไมค่าอายุเปลี่ยนไปมากขนาดนั้น
ข้อถกเถียงจบแล้วหรือยัง
ชมโบราณวัตถุจากยุคนี้ได้ที่ไหน
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- The Chronology and Status of Non Nok Tha, Northeast Thailand - Journal of Indo-Pacific Archaeology
- A New Chronology for the Bronze Age of Northeastern Thailand - PLOS ONE (via ScienceOpen)
- Archaeological Excavations at Non Nok Tha, Thailand - Guampedia
- Archaeological Salvage Program, Northeastern Thailand - Journal of the Siam Society
- Non Nok Tha skeleton record - Physical Anthropology in Thailand (SAC)
- แหล่งโบราณคดีโนนนกทา - แนวหน้า
- Skeleton record NNT_1966_Sk1 - Physical Anthropology in Thailand (SAC)
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา