ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

โคกพนมดี

ราว 4,000–3,500 ปีก่อน

เนินเปลือกหอยริมลุ่มน้ำบางปะกงที่เก็บเรื่องราวของชุมชนช่างปั้นหม้อชายฝั่งเมื่อราว 4,000–3,500 ปีก่อน

ที่ตั้งตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ใกล้แม่น้ำบางปะกง
ลักษณะแหล่งเนินดินสูงราว 12 เมตร มีชั้นวัฒนธรรมหนาราว 7 เมตร
ยุคสมัยยุคหินใหม่
การขุดค้นพ.ศ. 2527–2528 โดย ชาร์ลส์ ไฮแอม และรัชนี ทศรัตน์
หลุมฝังศพ154 หลุม แบ่งเป็น 7 ระยะ
ของเด่นศพหมายเลข 15 ประดับลูกปัดเปลือกหอยกว่า 120,000 เม็ด
อายุจากคาร์บอน-14ราว 2,000–1,500 ปีก่อนคริสตกาล
ผู้สนับสนุนทุนมูลนิธิฟอร์ด

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

โคกพนมดีเป็นเนินดินขนาดใหญ่ในเขตอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ตั้งตระหง่านเหนือทุ่งนาราบลุ่มของแม่น้ำบางปะกง ตัวเนินสูงกว่าพื้นนาโดยรอบราว 12 เมตร ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการทับถมของเปลือกหอยและเศษจากการปั้นหม้อของคนในอดีต

ทุกวันนี้โคกพนมดีอยู่ห่างจากทะเลหลายสิบกิโลเมตร แต่เมื่อราว 4,000 ปีก่อน ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบัน ชายฝั่งอ่าวไทยจึงอยู่ใกล้มาก ชุมชนตั้งอยู่ริมปากแม่น้ำที่มีป่าชายเลน ได้ทั้งอาหารทะเล ปลา หอย และดินเหนียวคุณภาพดี

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
ลูกปัดเปลือกหอยของเจ้าหญิง

ลูกปัดกว่า 120,000 เม็ดที่ฝังกับหญิงช่างปั้นหม้อ

เก็บรักษา/ชมได้ที่: แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี (จัดแสดงแบบจำลอง)ดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ภาชนะดินเผาขัดมัน

หม้อลวดลายขีดและขัดมัน ฝีมือช่างปั้นของชุมชนริมปากแม่น้ำ

เก็บรักษา/ชมได้ที่: แหล่งโบราณคดีโคกพนมดีดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือโคกพนมดี จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำปานกลาง จุดนี้คือวัดโคกพนมดี ที่ตั้งหลุมขุดค้นและพิพิธภัณฑ์

วัดโคกพนมดี (ที่ตั้งแหล่งโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์โคกพนมดี) ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคมดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
13.584922, 101.140546
13°35′05.7″N 101°08′26.0″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02การค้นพบและการขุดค้น

นักวิชาการเริ่มสำรวจโคกพนมดีอย่างจริงจังในช่วงต้นทศวรรษ 2520 จากนั้นในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) การขุดค้นครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้น เป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรกับมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ นำโดยศาสตราจารย์ชาร์ลส์ ไฮแอม และรัชนี ทศรัตน์

ในปีเดียวกัน กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโคกพนมดีเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา การขุดค้นดำเนินถึงปี พ.ศ. 2528 ทีมงานขุดลงไปในชั้นดินที่หนาราว 7 เมตร และพบหลุมฝังศพ 154 หลุม เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อย่างเป็นระเบียบ

ผลการขุดค้นถูกตีพิมพ์เป็นรายงานชุดหลายเล่มชื่อ The Excavation of Khok Phanom Di ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในรายงานโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่ละเอียดที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หญิงช่างปั้นหม้อผู้หนึ่งนอนอยู่ใต้ลูกปัดนับแสนเม็ด เป็นพยานว่าฝีมือเคยสร้างฐานะในสังคมเมื่อสามพันกว่าปีก่อน

03ขุดอย่างไร และอ่านชั้นดินอย่างไร

ไฮแอมได้ยินเรื่องเนินนี้จากเพื่อนนักวิชาการชาวไทย และเดินทางมาดูด้วยตัวเองในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) ก่อนจะวางแผนขุดค้นร่วมกับกรมศิลปากร โดยได้ทุนจากมูลนิธิฟอร์ด ฝ่ายไทยยังมีอาจารย์จากวิทยาลัยครูฉะเชิงเทราเข้าร่วมงานด้วย

หลุมขุดค้นหลักมีพื้นที่เพียงราว 10 ตารางเมตร แต่ลึกมาก ทีมงานสร้างหลังคาคลุมหลุมไว้และขุดต่อเนื่องราวเจ็ดเดือนจนถึงดินธรรมชาติที่ไม่มีร่องรอยมนุษย์ การเลือกขุดแคบแต่ลึกแบบนี้ทำให้เห็นลำดับเหตุการณ์ในแนวดิ่งครบถ้วน ตั้งแต่ชุมชนแรกตั้งจนถึงช่วงที่เลิกใช้พื้นที่

ทีมงานแบ่งหลุมศพออกเป็น 7 ระยะ โดยดูจากตำแหน่งในชั้นดิน การฝังศพทับซ้อนกัน และแบบของภาชนะดินเผาที่อยู่ในหลุม ส่วนอายุสมบูรณ์ได้มาจากการหาค่าอายุด้วยคาร์บอน-14 ซึ่งชี้ว่าคนอยู่ที่นี่ราว 500 ปี ระหว่างราว 2,000 ถึง 1,500 ปีก่อนคริสตกาล หรือราว 4,000 ถึง 3,500 ปีก่อนปัจจุบัน

ผลงานทั้งหมดตีพิมพ์เป็นรายงานชุดหลายเล่ม แยกเล่มตามหัวข้อ เช่น ซากชีวภาพ วัฒนธรรมทางวัตถุ และตัวคน ทำให้นักวิจัยรุ่นหลังนำข้อมูลไปวิเคราะห์ซ้ำได้จนถึงทุกวันนี้

04เจ็ดระยะของชุมชนริมป่าชายเลน

ในระยะแรก ชุมชนอยู่ริมปากแม่น้ำกว้างที่ล้อมด้วยป่าชายเลน คนฝังศพในท่านอนหงายพร้อมหม้อและเครื่องมือหินแบบเรียบง่าย พอถึงระยะที่ 2 ศพเริ่มถูกฝังเป็นกลุ่มชัดเจน และพบหม้อตกแต่งด้วยลายขูดขีดอย่างประณีต

ระยะที่ 3 และ 4 สภาพปากแม่น้ำเสื่อมลง ซากสัตว์ทะเลและสัตว์น้ำกร่อยลดลง ส่วนปลาน้ำจืดเพิ่มขึ้น นักวิชาการคาดว่าทางน้ำอาจย้ายห่างออกไปจากเนิน ช่วงนี้เองที่พบหลักฐานข้าวชัดเจนที่สุด รวมทั้งจอบหิน และจำนวนลูกปัดในหลุมศพก็ลดลงอย่างมาก

ในระยะที่ 5 น้ำเค็มกลับมาอีกครั้ง หลักฐานการปลูกข้าวหายไป แต่หลุมศพกลับร่ำรวยที่สุด หลุมของเจ้าแม่อยู่ในระยะนี้ ระยะที่ 6 ความต่างระหว่างหลุมรวยกับหลุมจนยิ่งเด่นชัด และในระยะที่ 7 หลุมศพเบาบางลงจนชุมชนเลิกใช้พื้นที่ไปในที่สุด

ลำดับนี้ทำให้โคกพนมดีเป็นเหมือนบันทึกที่เล่าว่า สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปส่งผลต่ออาหาร การทำงาน และความมั่งคั่งของคนแต่ละรุ่นอย่างไร

05สิ่งที่พบ

หลุมศพทั้ง 154 หลุมถูกจัดแบ่งเป็น 7 ระยะการฝังศพ คิดเป็นราว 17–20 ชั่วคน การวางศพเป็นกลุ่มตามแนวเดียวกันทำให้นักวิชาการเชื่อว่าคนในกลุ่มเดียวกันเป็นเครือญาติ ที่ฝังรวมกันต่อเนื่องหลายรุ่น

การค้นพบที่โด่งดังที่สุดคือศพหมายเลข 15 ในระยะที่ 5 เป็นหญิงอายุราว 30–35 ปี ร่างของเธอถูกคลุมด้วยลูกปัดเปลือกหอยกว่า 120,000 เม็ด มีลูกปัดรูปตัว I กำไลเปลือกหอย และเครื่องประดับรูปจานมีเขาที่ไหล่ คนทั่วไปจึงเรียกเธอว่า เจ้าแม่แห่งโคกพนมดี

ข้างตัวเธอมีแท่นดินเผาสำหรับตีขึ้นรูปหม้อ หินขัดผิวหม้อที่ใส่ในภาชนะเปลือกหอย และภาชนะดินเผาที่ทุบให้แตก ห่างออกไปไม่ไกลมีศพเด็กวัยราว 15–18 เดือน (แหล่งข้อมูลระบุอายุต่างกันเล็กน้อย) ประดับลูกปัดเปลือกหอยหลายพันเม็ด ทาด้วยสีแดง และมีแท่นตีหม้อขนาดจิ๋วกับหินขัดวางไว้ด้วย

06หลุมศพอื่นที่น่าสนใจ

นอกจากเจ้าแม่แล้ว ยังมีหลุมศพที่ชวนคิดอีกหลายหลุม เช่น ศพชายผู้หนึ่งที่สวมเครื่องประดับอกทำจากกระดองเต่า และมีลูกปัดเปลือกหอยกว่า 45,000 เม็ด แสดงว่าความมั่งคั่งไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิง

ทีมขุดค้นยังพบศพทารกแฝดแรกเกิดที่มีหลุมเสาล้อมรอบ ซึ่งน่าจะเป็นร่องรอยของโครงสร้างเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อพิธีศพ ศพจำนวนมากถูกโรยหรือทาด้วยสีแดงจากดินแดง ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่พบทั่วไปในการฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์

ในหลุมของเจ้าแม่เอง นอกจากลูกปัดกว่า 120,000 เม็ดที่เย็บติดบนเครื่องนุ่งห่มอย่างน้อยสองชิ้นแล้ว ยังมีลูกปัดรูปตัว I ราว 950 เม็ดบริเวณหน้าอก ฟันเขี้ยวสัตว์เจาะรู กำไลเปลือกหอย และภาชนะดินเผาตกแต่งสวยงามหลายใบ ร่างของเธอถูกทาด้วยสีแดงอย่างทั่วถึง

07ชีวิตและสุขภาพของคนโคกพนมดี

คนโคกพนมดีจับปลา เก็บหอย และล่าสัตว์ในป่าชายเลน เครื่องมือที่พบมีทั้งเบ็ดตกปลา มีดเปลือกหอย ขวานหินขัด และจอบหินแกรนิต ในหลุมศพระยะที่ 3 นักวิจัยพบสิ่งที่เคยอยู่ในลำไส้ของผู้ตาย ซึ่งมีเมล็ดข้าวพันธุ์ปลูกที่ย่อยไม่หมด ยังพบแมลงปีกแข็งชนิดที่มักอยู่ในข้าวที่เก็บไว้นาน และกระดูกสุนัขบ้านด้วย

ร่างกายของคนที่นี่บอกเล่าความยากลำบาก โครงกระดูกหลายโครงมีร่องรอยของโลหิตจางรุนแรง แนนซี เทย์ลส์ นักมานุษยวิทยากายภาพ เสนอว่าน่าจะเป็นโรคธาลัสซีเมียกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพบได้บ่อยในพื้นที่ที่มีไข้มาลาเรีย นอกจากนี้ยังพบศพทารกจำนวนมาก โดยเฉพาะทารกที่คลอดครบกำหนด ซึ่งนักวิจัยยังถกกันว่าเกิดจากโรค การฆ่าทารก หรือธรรมเนียมการฝังศพที่ต่างจากชุมชนอื่น

เมื่อทางน้ำอยู่ห่างออกไปในระยะที่ 4 อัตราการตายของทารกลดลง อาจเพราะยุงพาหะมาลาเรียน้อยลง กระดูกช่วงลำตัวของผู้ชายก็บอบบางลง ซึ่งอาจสะท้อนว่างานพายเรือที่หนักหน่วงลดน้อยลง

การวิเคราะห์ธาตุสตรอนเชียมในฟันยังพบว่า ผู้หญิงบางคนที่ฝังไว้ในช่วงกลางของสุสานเกิดและโตที่อื่น แล้วจึงย้ายมาอยู่โคกพนมดี นี่อาจเป็นร่องรอยของการแต่งงานข้ามชุมชน และการติดต่อกับคนปลูกข้าวในแผ่นดินด้านใน

08ความสำคัญ

โคกพนมดีแสดงให้เห็นว่าคนในชุมชนปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งอย่างไร ในช่วงแรกพวกเขาพึ่งพาทรัพยากรจากทะเลและปากแม่น้ำ ต่อมาเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน ก็มีหลักฐานการปลูกข้าวและใช้จอบหิน แล้วกลับไปพึ่งพาทรัพยากรน้ำกร่อยอีกครั้งเมื่อสภาพเอื้ออำนวย

ลักษณะของกระดูกข้อมือของเจ้าแม่บ่งบอกว่าเธอทำงานซ้ำ ๆ แบบช่างปั้นหม้อ ไฮแอมจึงเสนอว่าสตรีที่เชี่ยวชาญการปั้นหม้อ ซึ่งเป็นสินค้าที่นำไปแลกเปลี่ยนกับภายนอก ได้สะสมความมั่งคั่งและมีฐานะสูงในชุมชน

ระยะหลัง ๆ ของสุสานยังแสดงความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น บางหลุมมีของอุทิศมากกว่าหลุมอื่นอย่างเห็นได้ชัด โคกพนมดีจึงช่วยให้เห็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งชั้นทางสังคมในดินแดนไทย

09ข้อถกเถียง

นักวิชาการไทยหลายคน รวมถึงงานของอนุสรณ์ อำพันศรี จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ทบทวนการตีความเรื่องเพศและสถานภาพของไฮแอม บางคนมองว่าการเรียกหญิงศพที่ 15 ว่า เจ้าแม่ หรือการพูดถึงสังคมแม่เป็นใหญ่ อาจเกินกว่าหลักฐาน และควรมองผ่านบริบทสังคมเครือญาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าแนวคิดแบบตะวันตก

เรื่องการปลูกข้าวก็ยังมีคำถาม หลักฐานข้าวที่พบอาจมาจากการปลูกเองในบางช่วง หรือมาจากการแลกเปลี่ยนกับชุมชนในแผ่นดินก็ได้ ส่วนจำนวนโครงกระดูกที่ระบุในแหล่งข้อมูลไทยบางแห่งก็ต่างไปจาก 154 โครงในรายงานหลัก เนื่องจากนับรวมการขุดค้นในจุดอื่นหรือใช้เกณฑ์ต่างกัน

10โคกพนมดีในปัจจุบัน

บนเนินโคกพนมดีมีอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงหลุมขุดค้นจำลองและเรื่องราวของชุมชนโบราณ แต่การดูแลรักษายังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและอำนาจการจัดการ

ในปี พ.ศ. 2569 มีความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานรัฐเพื่อฟื้นฟูแหล่ง โดยผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดูแลอาคารพิพิธภัณฑ์ เรื่องราวของเจ้าแม่ยังถูกนำไปเล่าใหม่ในรูปแบบละครเวที ทำให้คนรุ่นใหม่ในภาคตะวันออกรู้จักอดีตของบ้านตัวเองมากขึ้น

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราว 4,000 ปีก่อนค.ศ. ราว 2,000 ปีก่อนเริ่มตั้งชุมชน

ชุมชนริมปากแม่น้ำบางปะกงเมื่อชายฝั่งยังอยู่ใกล้

ระยะที่ 1–2ชุมชนป่าชายเลน

ฝังศพนอนหงาย เริ่มฝังเป็นกลุ่ม หม้อลายขูดขีด

ระยะที่ 3–4ปากแม่น้ำเสื่อมลง

ปลาน้ำจืดเพิ่ม พบหลักฐานข้าวและจอบหิน ลูกปัดลดลง

ราว 3,600 ปีก่อนระยะที่ 5 ของสุสาน

น้ำเค็มกลับมา การฝังศพหมายเลข 15 พร้อมลูกปัดกว่า 120,000 เม็ด

ระยะที่ 6ความเหลื่อมล้ำสูงสุด

ความต่างระหว่างหลุมรวยกับหลุมจนชัดเจน

ราว 3,500 ปีก่อนค.ศ. ราว 1,500 ปีก่อนสิ้นสุดการใช้พื้นที่

ระยะที่ 7 หลุมศพเบาบางลง ชุมชนใช้พื้นที่ราว 500 ปี

ก.พ. พ.ศ. 2524ค.ศ. 1981ไฮแอมมาดูแหล่ง

ไฮแอมเดินทางมาดูเนินหลังได้ยินจากนักวิชาการไทย

พ.ศ. 2525ค.ศ. 1982สำรวจแหล่ง

นักวิชาการเข้าสำรวจเนินโคกพนมดี

18 ก.ย. พ.ศ. 2527ค.ศ. 1984ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

27 ธ.ค. พ.ศ. 2527ค.ศ. 1984เริ่มขุดค้นครั้งใหญ่

ทีมไฮแอมและรัชนี ทศรัตน์ร่วมกับกรมศิลปากร

มี.ค. พ.ศ. 2528ค.ศ. 1985พบเจ้าแม่

ขุดพบศพหมายเลข 15

พ.ศ. 2539ค.ศ. 1996เสนอเรื่องธาลัสซีเมีย

เทย์ลส์ตีพิมพ์งานเรื่องโลหิตจางในโครงกระดูกโคกพนมดี

พ.ศ. 2569ค.ศ. 2026ผลักดันการฟื้นฟู

หน่วยงานรัฐลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูพิพิธภัณฑ์

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

โคกพนมดีอยู่ในเขตอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ไม่ไกลจากแม่น้ำบางปะกงและรอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา บนเนินมีอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเล่าเรื่องการขุดค้นและหลุมศพ ผู้สนใจควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้เข้าชมกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: เนินนี้สร้างจากขยะ

เนินโคกพนมดีส่วนใหญ่เกิดจากเปลือกหอยที่คนกินทิ้ง รวมกับเศษดินจากการปั้นหม้อ สะสมกันหลายร้อยปีจนสูงเท่าตึกสามสี่ชั้น

รู้หรือไม่: ศพไร้หัวข้างเจ้าแม่

ใกล้หลุมเจ้าแม่ยังพบโครงกระดูกชายไม่มีศีรษะ ฝังพร้อมหม้อเล็กเพียงสองใบ ความหมายของหลุมนี้ยังเป็นปริศนา

รู้หรือไม่: ข้าวในท้องคนตาย

นักวิจัยพบเมล็ดข้าวพันธุ์ปลูกที่ย่อยไม่หมดในหลุมศพระยะที่ 3 เป็นหลักฐานโดยตรงว่าคนที่นี่กินข้าวเมื่อเกือบ 4,000 ปีก่อน

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ทำไมแหล่งที่ไกลทะเลจึงมีเปลือกหอยมากมาย
เมื่อราว 4,000 ปีก่อน ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบัน ชายฝั่งจึงอยู่ใกล้เนินนี้มาก คนกินหอยจากปากแม่น้ำและทิ้งเปลือกสะสมไว้ ต่อมาทะเลถอยออกไป เนินจึงอยู่กลางทุ่งนาอย่างที่เห็นในวันนี้
เจ้าแม่แห่งโคกพนมดีเป็นใคร
คือหญิงในหลุมศพหมายเลข 15 อายุราว 30–35 ปี ฝังพร้อมลูกปัดเปลือกหอยกว่า 120,000 เม็ดและอุปกรณ์ปั้นหม้อ นักวิชาการเชื่อว่าเธอเป็นช่างปั้นหม้อฝีมือดีที่มีฐานะสูง แต่ชื่อเจ้าแม่เป็นชื่อเรียกสมัยใหม่
คนโคกพนมดีปลูกข้าวหรือไม่
มีหลักฐานข้าวพันธุ์ปลูกในบางระยะ โดยเฉพาะระยะที่ 3–4 แต่นักวิชาการยังถกกันว่าปลูกเองหรือได้มาจากการแลกเปลี่ยน ในระยะที่ 5 หลักฐานการปลูกข้าวหายไป
คนที่นี่ใช้โลหะหรือยัง
ยังไม่ใช้ เครื่องมือทั้งหมดทำจากหิน เปลือกหอย กระดูก และดินเผา โคกพนมดีจึงจัดอยู่ในยุคหินใหม่ ก่อนที่สำริดจะแพร่เข้ามาในดินแดนไทย
ทำไมพบศพทารกจำนวนมาก
ทารกที่นี่ตายมาก อาจเกี่ยวกับโลหิตจางและมาลาเรีย แต่งานวิจัยบางชิ้นเห็นว่าธรรมเนียมการฝังทารกที่ต่างจากชุมชนอื่นก็มีส่วน เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปเดียว
ไปดูหลุมขุดค้นได้ที่ไหน
บนเนินโคกพนมดีในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเล่าเรื่องการขุดค้น ควรตรวจสอบสถานะการเปิดก่อนเดินทาง

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Khok Phanom Di - Wikipedia
  2. สตรีลึกลับกับเครื่องประดับนับแสนชิ้น ใครคือเจ้าแม่แห่งโคกพนมดี - ศิลปวัฒนธรรม
  3. The Princess of Khok Phanom Di - The Past
  4. เพศภาวะของชุมชนโคกพนมดี: การตีความจากมุมมองโลกที่สาม - วารสารสหศาสตร์
  5. กมธ.ศาสนาฯ ลงพื้นที่ชลบุรี ชุบชีวิตโบราณคดีโคกพนมดี - แนวหน้า
  6. วารสารวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสยาม: โคกพนมดี
  7. Charles Higham: A prehistoric mystery - World Archaeology
  8. Tayles 1996: Anemia, genetic diseases, and malaria in prehistoric mainland Southeast Asia - PubMed
  9. Infant Death in Late Prehistoric Southeast Asia - Asian Perspectives
  10. The excavation of Khok Phanom Di Vol. 5 The people - Zenon DAI

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา