ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

พระปฐมเจดีย์

สถูปเดิมราวพุทธศตวรรษที่ 11–16 องค์ปัจจุบันสร้างสมัยรัชกาลที่ 4–5

มหาเจดีย์แห่งนครปฐมที่สร้างครอบสถูปสมัยทวารวดีไว้ภายใน และเป็นศูนย์กลางของเมืองโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในลุ่มเจ้าพระยา

ที่ตั้งวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ความสูงราว 120.45 เมตร (ตัวเลขที่อ้างกันทั่วไป)
เส้นรอบฐานราว 235.50 เมตร
ชื่อเดิมพระธม หรือพระประธม
สร้างครอบเริ่มสมัยรัชกาลที่ 4 แล้วเสร็จสมัยรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870)
เจดีย์ร่วมสมัยใกล้เคียงพระประโทณเจดีย์ และจุลประโทนเจดีย์
ขนาดเมืองโบราณราว 3.7 x 2 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ที่พระประโทณเจดีย์
งานประจำปีงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ช่วงเดือนสิบสอง

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

พระปฐมเจดีย์ตั้งอยู่กลางเมืองนครปฐม ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางตะวันตกราว 50 กิโลเมตร บนที่ราบลุ่มฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน พื้นที่นี้ในอดีตอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากกว่าปัจจุบัน เพราะอ่าวไทยเคยรุกเข้ามาในแผ่นดินลึกกว่านี้

บริเวณนี้เคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างยาวหลายกิโลเมตร นักโบราณคดีถือว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญที่สุดของวัฒนธรรมทวารวดีระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11–16 และมีเจดีย์โบราณกระจายอยู่หลายองค์ทั่วเมือง

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
พระปฐมเจดีย์

เจดีย์ทรงระฆังสูงราว 120 เมตร สร้างครอบเจดีย์ทวารวดีองค์เดิม

เก็บรักษา/ชมได้ที่: วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ธรรมจักรศิลาจากนครปฐม

ธรรมจักรหินมีจารึกพระสูตรภาษาบาลี พบในนครปฐม

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
เหรียญเงินศรีทวารวดี

เหรียญจารึกคำว่าศรีทวารวดีศวรปุณยะ พบที่ตำบลเนินหินในปี 2486

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือพระปฐมเจดีย์ จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป

องค์พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
13.819728, 100.060057
13°49′11.0″N 100°03′36.2″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02เมืองโบราณนครปฐมจากการขุดค้น

การขุดค้นทางวิชาการครั้งแรก ๆ ในเมืองนี้ทำโดยปีแยร์ ดูปองต์ แห่งสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพทิศ ในปี พ.ศ. 2482–2483 (ค.ศ. 1939–1940) เขาขุดที่จุลประโทนเจดีย์และพระประโทณเจดีย์ แล้วพบว่าฐานเจดีย์ทวารวดีประดับด้วยภาพเล่าเรื่องชาดกและรูปบุคคลจำนวนมาก

ราว พ.ศ. 2508–2509 กรมศิลปากรร่วมกับนักวิชาการฝรั่งเศส ฌ็อง บวสเซอลีเย สำรวจแนวคูเมืองที่เคยมองเห็นได้ยาก จึงรู้ว่าเมืองโบราณกว้างราว 3.7 กิโลเมตรจากตะวันออกถึงตะวันตก และราว 2 กิโลเมตรจากเหนือถึงใต้ ใหญ่กว่าเมืองทวารวดีร่วมสมัยส่วนใหญ่ และศูนย์กลางของเมืองอยู่ที่พระประโทณเจดีย์ ไม่ได้อยู่ที่พระปฐมเจดีย์อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม พ.ศ. 2511 มีการขุดจุลประโทนเจดีย์ซ้ำ พบภาพปูนปั้นเรื่องชาดกและรูปพระโพธิสัตว์ ใต้ชั้นปูนปั้นยังมีชิ้นดินเผาที่เก่ากว่า แสดงว่าเจดีย์ถูกซ่อมและตกแต่งใหม่หลายครั้ง บวสเซอลีเยใช้หลักฐานชุดนี้แบ่งศิลปะทวารวดีออกเป็นสามช่วง ช่วงแรกราวพุทธศตวรรษที่ 12–13 เน้นดินเผา ช่วงต่อมามีอิทธิพลมหายานและงานปูนปั้น และช่วงท้ายราวพุทธศตวรรษที่ 15

หลักฐานที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือเหรียญเงินจารึกภาษาสันสกฤตที่กล่าวถึงผู้ครองศรีทวารวดี กับจารึกภาษามอญ ซึ่งยืนยันว่าทวารวดีเป็นชื่อจริงของบ้านเมืองในยุคนั้น ไม่ได้เป็นเพียงชื่อในตำนาน

ภายใต้ผิวกระเบื้องสีทองของเจดีย์ที่สูงที่สุดในไทย ยังมีสถูปทวารวดีองค์เดิมหลับอยู่อย่างเงียบ ๆ

03จากพระธมสู่พระปฐมเจดีย์

ก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ ชาวบ้านเรียกสถูปใหญ่กลางป่านี้ว่า พระธม หรือพระประธม คำว่า ธม เป็นคำเขมรแปลว่าใหญ่ สถูปเดิมเป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่บนฐานสี่เหลี่ยม เมื่อสุนทรภู่ไปนมัสการในปี พ.ศ. 2385 (ค.ศ. 1842) ก็ยังเห็นเป็นสถูปเก่ากลางป่าที่รกร้าง

เจ้าฟ้ามงกุฎ ซึ่งต่อมาคือรัชกาลที่ 4 เสด็จมานมัสการขณะทรงผนวชในรัชกาลที่ 3 ราว พ.ศ. 2374 (ค.ศ. 1831) ทรงเชื่อว่าเป็นสถูปที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในสยาม จึงทรงตั้งชื่อใหม่ว่า พระปฐมเจดีย์ แปลว่าเจดีย์องค์แรก แต่ขณะนั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้บูรณะ

เมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหม่ทรงระฆังแบบลังกาครอบองค์เดิมไว้ภายใน งานใช้เวลาราว 17 ปี และแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างหอระฆังและประดับองค์เจดีย์ด้วยกระเบื้องสีทองที่สั่งจากจีน

04พระธมองค์เดิมมีหน้าตาอย่างไร

นักวิชาการเชื่อว่าสถูปสมัยทวารวดีที่อยู่ภายในเป็นสถูปอิฐทรงโอคว่ำหรือทรงหม้อน้ำ ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม และมียอดเป็นฉัตรซ้อนชั้น ซึ่งเป็นแบบที่พบในสถูปพุทธยุคแรกของอินเดียและลังกา แต่เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จมาพบ ยอดของพระธมกลับเป็นทรงปรางค์ แสดงว่าองค์สถูปถูกซ่อมแปลงมาแล้วในสมัยหลัง

เพื่อให้คนรุ่นหลังรู้ว่าองค์เดิมเป็นอย่างไร รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างเจดีย์จำลองรูปทรงพระธมองค์เดิมไว้ทางด้านใต้ของลานเจดีย์ คู่กับเจดีย์จำลองพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งพระองค์ทรงถือว่าเก่าแก่รองลงมา ทุกวันนี้ผู้มาเยือนยังเดินไปดูเจดีย์จำลองทั้งสององค์นี้ได้

ส่วนยอดสถูปศิลาจารึกคาถาเย ธมฺมา ที่เคยวางอยู่ในระเบียงคดก่อนถูกย้ายไปกรุงเทพฯ นั้น ผู้เสนอข้อสันนิษฐานใหม่ให้เหตุผลว่าขนาดและรูปแบบของมันเหมาะจะเป็นยอดของสถูปขนาดใหญ่ ไม่ใช่สถูปเล็กที่ตั้งอยู่โดด ๆ หากเป็นจริงก็จะช่วยให้เรานึกภาพยอดของพระธมสมัยทวารวดีได้ชัดขึ้น แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันจากการขุดค้น

05สิบเจ็ดปีของการสร้างเจดีย์ครอบ

การสร้างเจดีย์องค์ใหม่เป็นโครงการใหญ่ของราชสำนัก รัชกาลที่ 4 โปรดให้เจ้านายและขุนนางชั้นสูงรับผิดชอบงานก่อสร้าง ช่างก่ออิฐครอบองค์เดิมขึ้นไปทีละชั้น โดยไม่รื้อสถูปเก่าทิ้ง

งานไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2403 (ค.ศ. 1860) ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน อิฐที่ก่อไว้เลื่อนไถลลงมาโดยรอบ เพราะฐานด้านใต้รับน้ำหนักส่วนบนไม่ไหว ช่างต้องแก้ไขโครงสร้างแล้วก่อต่อ งานทั้งหมดกินเวลาราว 17 ปี จนเสร็จในต้นรัชกาลที่ 5

รอบองค์เจดีย์มีวิหารทิศทั้งสี่ ด้านตะวันออกคือวิหารหลวงที่มีจิตรกรรมเล่าเรื่องการบูรณะ ด้านตะวันตกมีพระพุทธไสยาสน์ ด้านเหนือคือวิหารพระร่วง ล้อมด้วยระเบียงคดสองชั้น และมีหอระฆังเรียงรายอยู่ระหว่างระเบียงคดกับกำแพงชั้นนอก โบสถ์ของวัดถูกสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 7 ตามแบบของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

06สิ่งที่พบและสิ่งที่เห็น

ในบริเวณวัดและพิพิธภัณฑ์มีโบราณวัตถุสมัยทวารวดีจำนวนมาก ที่โดดเด่นคือพระพุทธรูปศิลาขาว ซึ่งชาวบ้านขุดพบที่วัดทุ่งพระเมรุราว พ.ศ. 2404 แล้วนำมาประดิษฐานที่วัดพระปฐมเจดีย์ นักวิชาการกำหนดอายุไว้ในสมัยทวารวดี

มีข้อสันนิษฐานใหม่ว่ายอดสถูปศิลาสูงราว 4 เมตร ที่จารึกคาถา เย ธมฺมา ด้วยอักษรปัลลวะ และปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อาจเคยเป็นยอดขององค์พระธมเดิม ข้อเสนอนี้ยังรอการพิสูจน์

ด้านทิศเหนือขององค์เจดีย์ประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระพุทธรูปยืนสูงกว่า 7 เมตร รัชกาลที่ 6 ทรงพบพระพุทธรูปองค์เดิมที่ศรีสัชนาลัยในปี พ.ศ. 2451 เหลือเพียงพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท จึงโปรดให้หล่อขึ้นใหม่และอัญเชิญมาประดิษฐานเมื่อ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 พระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 6 ก็บรรจุไว้ที่นี่

07เจดีย์พี่น้อง: พระประโทณและจุลประโทน

ห่างจากพระปฐมเจดีย์ไปทางตะวันออกราว 3 กิโลเมตร มีพระประโทณเจดีย์ เจดีย์สมัยทวารวดีอีกองค์หนึ่งที่สร้างด้วยอิฐ ตามตำนานพระยากง พระยาพาน พระยาพานสังหารพระยากงผู้เป็นบิดาโดยไม่รู้ เมื่อรู้ความจริงจึงสร้างพระปฐมเจดีย์และพระประโทณเจดีย์เพื่อไถ่บาป ตำนานนี้มีโครงเรื่องคล้ายนิทานอินเดียหลายเรื่อง จึงควรอ่านเป็นตำนานมากกว่าประวัติศาสตร์

ส่วนจุลประโทนเจดีย์อยู่ใกล้กลางเมืองโบราณนครปฐม เป็นฐานเจดีย์ที่นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ปีแยร์ ดูปองต์ (Pierre Dupont) ขุดค้น พบประติมากรรมปูนปั้นและดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมาก เช่น รูปบุคคลนั่งชันเข่าถือดาบ ซึ่งตีความกันว่าเป็นนักรบ ปัจจุบันชิ้นงานเหล่านี้จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์

08ความสำคัญและข้อถกเถียง

พระปฐมเจดีย์เป็นทั้งศาสนสถานที่ยังมีชีวิต และเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อว่านครปฐมคือจุดเริ่มต้นของพุทธศาสนาในดินแดนไทย ตามคติที่เล่าสืบกันมาว่าพระเจ้าอโศกส่งสมณทูตมาเผยแผ่ศาสนาในดินแดนนี้ คตินี้ทำให้ชื่อเมืองนครปฐมถูกตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6

อย่างไรก็ตาม อายุของสถูปองค์เดิมยังเป็นที่ถกเถียง ข้อเสนอแบบดั้งเดิมบางฉบับเสนอว่าสร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 4 แต่หลักฐานโบราณคดีที่ชัดเจนส่วนใหญ่ชี้ไปที่สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 11–16 ส่วนนักวิชาการอย่างสุจิตต์ วงษ์เทศ ชี้ว่าพระปฐมเจดีย์ไม่ใช่เจดีย์แรกของดินแดนไทย และเมืองอู่ทองอาจมีพัฒนาการเก่ากว่า

คำถามว่านครปฐมเป็นศูนย์กลางของทวารวดีหรือไม่ก็ยังไม่ยุติ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยสนับสนุนนครปฐมจากจำนวนและความเก่าแก่ของสถูป ขณะที่นักวิชาการรุ่นหลังบางคนเสนอว่าศูนย์กลางอาจอยู่ที่ลพบุรีหรือศรีเทพ หรือทวารวดีอาจเป็นเครือข่ายหลายเมืองที่ไม่มีเมืองหลวงเดียว

09พระปฐมเจดีย์ในปัจจุบัน

องค์เจดีย์ผ่านการบูรณะใหญ่หลายครั้ง เช่น หลังพบปัญหาโครงสร้างในปี พ.ศ. 2509 ซึ่งบูรณะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2524 และการแก้ปัญหาความชื้นระหว่าง พ.ศ. 2551–2555 รอบองค์เจดีย์มีวิหารทิศทั้งสี่ ระเบียงคด และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์

ทุกปีในช่วงเดือนสิบสองมีงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งเป็นงานประจำปีใหญ่ของจังหวัด ผู้คนจากทั่วสารทิศยังคงเดินทางมาสักการะเจดีย์ที่ซ่อนสถูปพันกว่าปีไว้ภายใน

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

พุทธศตวรรษที่ 11–16ค.ศ. ราว 6th–11thเมืองนครปฐมโบราณรุ่งเรือง

สร้างสถูปพระธม พระประโทณ และจุลประโทน

ราว พ.ศ. 2374ค.ศ. 1831เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จนมัสการ

ขณะทรงผนวช ทรงตั้งชื่อพระปฐมเจดีย์

พ.ศ. 2385ค.ศ. 1842สุนทรภู่ไปนมัสการ

บันทึกภาพสถูปเก่ากลางป่าในนิราศ

รัชกาลที่ 4เริ่มสร้างเจดีย์ครอบ

สร้างเจดีย์ทรงระฆังครอบองค์เดิม

ก.ค. พ.ศ. 2403ค.ศ. 1860อิฐทรุดเพราะฝน

ฝนตกหนักหลายวันจนส่วนที่ก่อไว้เลื่อนไถลลง

พ.ศ. 2404ค.ศ. 1861พบพระศิลาขาว

นำมาจากวัดทุ่งพระเมรุ

ราว พ.ศ. 2413ค.ศ. 1870เจดีย์แล้วเสร็จ

สมัยรัชกาลที่ 5 ประดับกระเบื้องสีทอง

2 พ.ย. พ.ศ. 2458ค.ศ. 1915อัญเชิญพระร่วงโรจนฤทธิ์

ประดิษฐานที่วิหารทิศเหนือ

พ.ศ. 2482–2483ค.ศ. 1939–1940ดูปองต์ขุดค้น

ขุดที่จุลประโทนและพระประโทณเจดีย์

พ.ศ. 2508–2509ค.ศ. 1965–1966พบขอบเขตเมืองโบราณ

กรมศิลปากรกับบวสเซอลีเยสำรวจคูเมือง

ก.ค.–ส.ค. พ.ศ. 2511ค.ศ. 1968ขุดจุลประโทนซ้ำ

พบปูนปั้นชาดกและพระโพธิสัตว์

พ.ศ. 2509–2524ค.ศ. 1966–1981บูรณะโครงสร้าง

แก้ปัญหาความมั่นคงขององค์เจดีย์

พ.ศ. 2551–2555ค.ศ. 2008–2012บูรณะแก้ความชื้น

ซ่อมแซมผิวองค์เจดีย์

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

พระปฐมเจดีย์อยู่ใจกลางเมืองนครปฐม เดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ทั้งรถยนต์และรถไฟสายใต้ ในวัดมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ จัดแสดงโบราณวัตถุทวารวดี ผู้สนใจควรแวะชมพระประโทณเจดีย์ทางตะวันออก และจุลประโทนเจดีย์ใกล้กลางเมืองโบราณ ซึ่งเห็นฐานอิฐสมัยทวารวดีได้ชัดเจน

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ชื่อเมืองมาทีหลังเจดีย์

เมืองนี้เคยชื่อนครไชยศรี และได้ชื่อนครปฐมอย่างเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 6 ตามชื่อเจดีย์ที่รัชกาลที่ 4 ทรงตั้งไว้

รู้หรือไม่: ปฐม ไม่ได้แปลว่าแรกจริง

รัชกาลที่ 4 ทรงตั้งชื่อตามความเชื่อว่าเป็นเจดีย์เก่าแก่ที่สุด แต่หลักฐานปัจจุบันชี้ว่ามีสถูปในดินแดนไทยที่เก่ากว่า

รู้หรือไม่: มีพระธมจำลองให้ดู

ทางด้านใต้ของลานเจดีย์มีเจดีย์จำลองรูปทรงพระธมก่อนการบูรณะ ที่รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างไว้ คนรุ่นหลังจึงยังเห็นได้ว่าองค์เดิมมียอดเป็นปรางค์

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

พระปฐมเจดีย์เก่าแก่ที่สุดในไทยจริงหรือ
องค์ที่เห็นทุกวันนี้สร้างในรัชกาลที่ 4–5 แต่ครอบสถูปสมัยทวารวดีไว้ข้างใน หลักฐานโบราณคดีชี้ว่าสถูปเดิมน่าจะสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 11–16 และยังมีแหล่งอื่น เช่น อู่ทอง ที่อาจเก่าพอ ๆ กันหรือเก่ากว่า
สถูปองค์เดิมยังอยู่ข้างในไหม
อยู่ รัชกาลที่ 4 โปรดให้ก่อเจดีย์ใหม่ครอบทับไว้โดยไม่รื้อองค์เดิม เราจึงมองไม่เห็นองค์เดิมโดยตรง แต่ดูรูปทรงได้จากเจดีย์จำลองด้านใต้
ทำไมเรียกพระธม
ธม เป็นคำเขมร แปลว่าใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกสถูปใหญ่กลางป่าว่าพระธม หรือพระประธม ก่อนที่รัชกาลที่ 4 จะพระราชทานชื่อพระปฐมเจดีย์
ศูนย์กลางเมืองโบราณอยู่ที่พระปฐมเจดีย์หรือไม่
การสำรวจแนวคูเมืองช่วง พ.ศ. 2508–2509 พบว่าใจกลางเมืองโบราณอยู่ที่พระประโทณเจดีย์ ส่วนพระปฐมเจดีย์เป็นสถูปใหญ่สำคัญอีกองค์หนึ่งของเมือง
งานนมัสการพระปฐมเจดีย์จัดเมื่อไร
จัดทุกปีช่วงขึ้น 15 ค่ำเดือนสิบสองต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ซึ่งมักตรงกับเดือนพฤศจิกายน และเป็นงานวัดใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครปฐม
ดูโบราณวัตถุทวารวดีของนครปฐมได้ที่ไหน
ในวัดมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ จัดแสดงงานปูนปั้น ดินเผา และพระพุทธรูปทวารวดี ส่วนยอดสถูปศิลาจารึกเย ธมฺมา อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Phra Pathommachedi - Wikipedia
  2. Phra Prathon Chedi - Wikipedia
  3. จังหวัดนครปฐมมาจากไหน พระปฐมเจดีย์มีที่มาอย่างไร - ศิลปวัฒนธรรม
  4. พระปฐมเจดีย์ ไม่ใช่เจดีย์แห่งแรกในดินแดนไทย - ศิลปวัฒนธรรม
  5. สุนทรภู่ไปนมัสการสถูปพระประธม - ศิลปวัฒนธรรม
  6. ข้อสันนิษฐานใหม่ ยอดพระปฐมเจดีย์องค์เดิม - ศิลปวัฒนธรรม
  7. พระร่วงโรจนฤทธิ์ - ศิลปวัฒนธรรม
  8. พระศิลาขาว อายุกว่า 1,000 ปี ที่นครปฐม - ศิลปวัฒนธรรม
  9. Nakhon Pathom Province - Wikipedia
  10. Dvaravati - Wikipedia
  11. พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช องค์จำลอง ที่วัดพระปฐมเจดีย์ - ศิลปวัฒนธรรม
  12. Boisselier: Récentes recherches à Nakhon Pathom - JSS 58.2
  13. Phra Prathon - Ayutthaya Historical Research

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา