01ที่ตั้งและภูมิประเทศ
ปราสาทพนมวันตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองโคราชไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไม่ไกล อยู่ในแนวระหว่างเมืองนครราชสีมากับปราสาทหินพิมาย บริเวณนี้เป็นที่ราบในลุ่มน้ำลำตะคอง
นักวิชาการด้านธรณีวิทยาพบว่าหินทรายที่ใช้สร้างปราสาทมาจากหินชุดโคราช ซึ่งมีอายุราว 120 ล้านปี และน่าจะขนส่งมาตามลำน้ำ ส่วนศิลาแลงขุดได้จากที่ลุ่มในท้องถิ่น ปัจจุบันปราสาทพนมวันจึงเป็นแหล่งหนึ่งในอุทยานธรณีโคราช ซึ่งยูเนสโกรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกในปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023)
หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น
ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons
จารึกหลักที่ 2 บนกรอบประตูหิน ตรงกับ พ.ศ. 1598 บันทึกการแต่งตั้งขุนนางและการถวายที่ดินแก่ศาสนสถาน
เก็บรักษา/ชมได้ที่: ปราสาทพนมวัน จังหวัดนครราชสีมาดูภาพถ่ายจริง ↗จารึกหลักที่ 3 ปี พ.ศ. 1625 บันทึกพระราชโองการให้ดูแลและถวายของแก่ปราสาท
เก็บรักษา/ชมได้ที่: ปราสาทพนมวัน จังหวัดนครราชสีมาดูภาพถ่ายจริง ↗ปรางค์ประธานกับมณฑปที่บูรณะด้วยวิธีอนัสติโลซิส ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป
เก็บรักษา/ชมได้ที่: ปราสาทพนมวัน จังหวัดนครราชสีมาดูภาพถ่ายจริง ↗แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่
จุดกะพริบคือปราสาทพนมวัน จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน
GPSพิกัดและการนำทาง
แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป
15.025082, 102.193676พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด
02ผังปราสาทและการก่อสร้างสามระยะ
ถ้ามองจากผัง ปราสาทพนมวันแบ่งได้เป็นสองชั้น ชั้นในคือเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ล้อมด้วยระเบียงคดและกำแพง มีปราสาทประธานหินทรายต่อกับมณฑปทางด้านหน้า ปรางค์น้อย และฐานอาคารอิฐ 9 หลัง แบ่งเป็นด้านเหนือ 5 หลัง ด้านใต้ 4 หลัง ส่วนชั้นนอกมีคันดินทางเหนือ บารายทางตะวันออก แนวทางเดิน และฐานอาคารอิฐทางใต้
งานศึกษาในวารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์แบ่งการก่อสร้างออกเป็นสามระยะ ระยะแรกเก่าที่สุด คือกลุ่มฐานอาคารอิฐรอบเขตศักดิ์สิทธิ์และแนวกำแพงเดิม ซึ่งตรงกับจารึกกลุ่มแรกที่บอกว่าที่นี่เป็นศาสนสถานมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15
ระยะที่สองเป็นงานใหญ่ที่สุด ได้แก่ ปราสาทประธานที่ใช้หินทรายเป็นวัสดุหลัก มณฑป ระเบียงคด ปรางค์น้อย และซุ้มประตู คันดินทางเหนือกับบารายทางตะวันออกก็อาจสร้างในช่วงเดียวกัน ระยะที่สามเป็นงานสมัยหลังที่สุด คือซากพุทธสถานทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพบฐานอิฐและกระเบื้องมุงหลังคา
ปรางค์น้อยเป็นอาคารผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส เปิดประตูทางตะวันออก ส่วนบนพังทลายไปแล้ว ปัจจุบันมีรอยพระพุทธบาทที่นำมาประดิษฐานในสมัยหลัง ขณะที่ฐานของปราสาทประธานยกสูงจากพื้นดินราว 1 เมตร
ปราสาทหลังเดียวที่จารึกบนกรอบประตูเล่าเรื่องกษัตริย์เมืองพระนครหลายรัชกาล และยังมีควันธูปลอยอยู่ข้างในจนถึงวันนี้
03การสร้างหลายยุค
ปราสาทพนมวันไม่ได้สร้างเสร็จในคราวเดียว จารึกที่พบในปราสาทมี 8 หลัก นักวิชาการแบ่งออกเป็นสามกลุ่มตามยุคสมัย กลุ่มแรกเกี่ยวข้องกับพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 และพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ในพุทธศตวรรษที่ 15 กลุ่มที่สองเกี่ยวข้องกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ในพุทธศตวรรษที่ 16 กลุ่มที่สามมีจารึกสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 6
แปลว่าที่นี่เป็นศาสนสถานมาตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 แล้ว จากนั้นจึงมีการสร้างอาคารหินขึ้นใหม่และต่อเติมในยุคต่อมา โครงสร้างหลักที่เห็นในปัจจุบันน่าจะเป็นผลงานช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 ซึ่งตรงกับยุคที่อำนาจของกษัตริย์เมืองพระนครแผ่ขยายเข้ามาในที่ราบสูงโคราชอย่างชัดเจน
รูปแบบศิลปะของปราสาทมีลักษณะผสมจากหลายยุค ทั้งแบบพระโค แบบบาแค็ง และแบบบาปวน สอดคล้องกับประวัติการสร้างซ้อนกันหลายรัชกาลที่จารึกบอกไว้
04จารึกและความเชื่อมโยงกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1
จารึกปราสาทหินพนมวัน หลักที่ 2 (นม. 33, K.393) จารึกบนกรอบประตูหิน ระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. 1598 เนื้อหาเริ่มด้วยการสรรเสริญพระศิวะและพระวิษณุ แล้วสรรเสริญพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 จากนั้นบันทึกว่าพระองค์แต่งตั้งขุนนางชื่อวีรวรมันเป็นผู้ตรวจตรากองทัพ ประทานที่ดิน ทรัพย์สิน และนามเกียรติยศ พร้อมกล่าวถึงการถวายข้าทาส รูปเคารพ และการปักเขตที่ดินของศาสนสถาน
จารึกหลักที่ 3 (นม. 1, K.391) ระบุปีมหาศักราช 1004 ตรงกับ พ.ศ. 1625 (ค.ศ. 1082) บันทึกว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มีพระราชโองการให้ผู้ดูแลอาศรมและถวายของแก่ปราสาทอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดให้ข้าทาสที่ถวายไว้ทำงานเฉพาะให้ศาสนสถานเท่านั้น จารึกปีนี้ยังทำให้นักวิชาการเชื่อว่าการก่อสร้างส่วนใหญ่น่าจะเสร็จก่อน ค.ศ. 1082
จารึกหลักที่ 4 สลักบนกรอบประตูหินกว้าง 46 เซนติเมตร สูง 180 เซนติเมตร มีเพียง 3 บรรทัด ลงศักราช พ.ศ. 1625 เช่นเดียวกับหลักที่ 3 เนื้อความเป็นบัญชีสิ่งของและสัตว์ที่ถวายแก่ศาสนสถาน ปัจจุบันยังอยู่ที่ตัวปราสาท ส่วนจารึก K.392 บนกรอบประตูอีกด้านหนึ่งเหลือเพียง 2 บรรทัด อ่านได้เพียงวันเดือนตามปฏิทิน คือวันขึ้น 13 ค่ำ เดือนมฤคศิระ วันเสาร์ เซเดส์ตีพิมพ์คำอ่านไว้โดยไม่ได้แปล และโดมินิก ซูทิฟ อ่านทบทวนใหม่จากภาพสำเนาจารึกของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพทิศ (EFEO)
นักวิชาการบางส่วนตีความว่าจารึกบางหลักเรียกปราสาทนี้ว่ารัตนปุระ และเอ่ยถึงวิมายปุระ ซึ่งหมายถึงพิมาย ทำให้เห็นว่าสองแห่งนี้อยู่ในเครือข่ายเดียวกันในสายตาคนยุคนั้น จารึกหลายหลักยังคงอยู่ที่ตัวปราสาท
05สถาปัตยกรรมและเทพเจ้า
ปราสาทประธานก่อด้วยหินทราย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีมณฑปเชื่อมต่อกับปรางค์ประธาน ล้อมรอบด้วยระเบียงคดและกำแพงศิลาแลง มีโคปุระหรือซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน นอกจากนี้ยังมีปรางค์น้อย ฐานอาคารอิฐอีกหลายหลัง และบารายหรือสระน้ำขนาดใหญ่
เดิมปราสาทพนมวันเป็นเทวสถานของไศวนิกายที่บูชาพระศิวะ แต่ก็มีหลักฐานการนับถือพระวิษณุด้วย ภาพสลักที่พบมีทั้งพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และพระกฤษณะปราบนาคกาลียะ ต่อมาศาสนสถานแห่งนี้เปลี่ยนมาใช้ในพุทธศาสนา ภายในปราสาทจึงมีพระพุทธรูปประดิษฐานแทนรูปเคารพเดิม รวมถึงพระพุทธรูปศิลปะอยุธยา
06ภาพเล่าเรื่องบนทับหลังและเสาประดับ
ทับหลังด้านหน้าทางทิศตะวันออกของปราสาทประธานสลักภาพพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ ตามคัมภีร์ฮินดู พระกฤษณะยกภูเขาทั้งลูกขึ้นเป็นร่มกันพายุฝนที่พระอินทร์ส่งมา เพื่อปกป้องชาวบ้านและฝูงวัว ภาพนี้จึงสื่อถึงเทพผู้คุ้มครองผู้คน
ทับหลังอีกด้านหนึ่งสลักพระวิษณุประทับในท่ามหาราชลีลาเหนือครุฑ ทรงถือจักร สังข์ คทา และดอกบัว นอกจากนี้ยังมีภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เหล่าเทวดา และภาพพระกฤษณะปราบนาคกาลียะ ภาพจากเรื่องพระกฤษณะหลายภาพทำให้เห็นว่าแม้ปราสาทจะเป็นเทวสถานพระศิวะ ช่างก็เลือกเล่าเรื่องฝ่ายไวษณพด้วย
เสาประดับกรอบประตูด้านเหนือสลักลายก้ามปูผสมลายพรรณพฤกษาอย่างประณีต ส่วนเสาด้านใต้มีลายพรรณพฤกษาที่สลักยังไม่เสร็จ ร่องรอยงานค้างแบบนี้พบได้ในปราสาทเขมรหลายแห่ง และช่วยให้เห็นขั้นตอนการทำงานของช่างที่สลักหลังจากก่อหินขึ้นรูปแล้ว
07ความสำคัญและตำนาน
ปราสาทพนมวันมีรูปแบบคล้ายปราสาทหินพิมาย แต่มีขนาดเล็กกว่า จารึกที่มีศักราชชัดเจนหลายหลักทำให้ที่นี่เป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาว่าราชสำนักเมืองพระนครขยายอิทธิพลเข้ามาในลุ่มแม่น้ำมูลอย่างไร ตั้งแต่สมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 จนถึงสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ผู้ทรงเกี่ยวข้องกับการสร้างปราสาทพิมาย
ตามตำนานท้องถิ่น กษัตริย์ขอมองค์หนึ่งแบ่งคนเป็นสองฝ่าย ให้ผู้ชายสร้างปราสาทพนมวัน ผู้หญิงสร้างปราสาทพิมาย แล้วแข่งกันว่าใครจะเสร็จก่อน ฝ่ายหญิงปล่อยโคมขึ้นฟ้าเป็นสัญญาณหลอกว่าเสร็จแล้ว ฝ่ายชายจึงหยุดงาน ปราสาทพนมวันเลยสร้างไม่เสร็จ เรื่องเล่านี้เป็นเพียงตำนาน แต่สะท้อนว่าคนท้องถิ่นมองสองปราสาทนี้คู่กันมานาน
อ็องรี มูโอ นักสำรวจชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงจากการบันทึกเรื่องนครวัด เคยแวะชมปราสาทพนมวันในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1861 และบันทึกว่าเป็นวิหารที่งดงามแห่งหนึ่ง
08รื้อแล้วประกอบใหม่ งานบูรณะสิบปี
การบูรณะช่วง พ.ศ. 2532–2542 ดำเนินเป็นขั้นตอน เริ่มจากสำรวจ ทำแผนผัง วิเคราะห์โครงสร้าง และปรับพื้นที่ จากนั้นศึกษารูปแบบลวดลายและประเมินความมั่นคง แล้วจึงรื้อหินลงทีละก้อน ทำแผนที่ตำแหน่งและถ่ายภาพทุกชิ้นไว้
เมื่อหินถูกรื้อออกหมด ช่างได้เสริมความแข็งแรงของฐานราก และปูชั้นยางมะตอยเพื่อกันความชื้นจากใต้ดิน ก่อนประกอบหินกลับตามตำแหน่งเดิมพร้อมตรวจสอบทีละจุด ระหว่างการทำงานยังพบเศษอิฐ ศิลาแลง และชิ้นส่วนหินที่มีจารึก ซึ่งช่วยให้เข้าใจลำดับการก่อสร้างได้ดีขึ้น
งานดูแลรักษายังดำเนินต่อเนื่อง ในช่วง พ.ศ. 2566–2568 มีการทดลองประกอบชิ้นส่วนทับหลังด้านหน้า ซ่อมรอยร้าว เชื่อมหิน และใส่อิฐใหม่ในผนังมณฑป ส่วนหินทรายที่ใช้สร้างปราสาท นักธรณีวิทยาพบแหล่งตัดหินโบราณในเขตอำเภอสีคิ้วและอำเภอสูงเนิน ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานธรณีโคราช
09การบูรณะและปัจจุบัน
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมวันเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) และกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานราว 206 ไร่ในปี พ.ศ. 2541
ระหว่าง พ.ศ. 2532–2542 (ค.ศ. 1989–1999) กรมศิลปากรบูรณะปราสาทด้วยวิธีอนัสติโลซิส คือรื้อหินออกทีละก้อน ทำเครื่องหมาย เสริมความมั่นคงของฐานราก แล้วประกอบกลับตามตำแหน่งเดิม หินที่หายหรือเสียหายมากจึงสกัดหินใหม่มาทดแทน
ทุกวันนี้ปราสาทพนมวันยังเป็นที่สักการะของชาวบ้าน มีพระพุทธรูป เครื่องบูชา และธูปเทียนอยู่ภายใน ต่างจากปราสาทหลายแห่งที่เหลือเพียงซากโบราณสถาน
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
จารึกกลุ่มแรกเกี่ยวข้องกับพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 และพระเจ้ายโศวรมันที่ 1
สร้างปราสาทประธานหินทราย มณฑป ระเบียงคด และปรางค์น้อย
จารึกหลักที่ 2 บันทึกการแต่งตั้งวีรวรมันและการถวายที่ดิน
จารึกหลักที่ 3 และ 4 บันทึกการดูแลและถวายของแก่ปราสาท
พระพุทธรูปประดิษฐานแทนรูปเคารพเดิม
นักสำรวจชาวฝรั่งเศสบันทึกถึงปราสาท
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กรมศิลปากรรื้อและประกอบปราสาทกลับคืน
พื้นที่ราว 206 ไร่
ปราสาทเป็นแหล่งหนึ่งในอุทยานธรณีโลกโคราช
ทดลองประกอบทับหลังด้านหน้าและซ่อมรอยร้าว
ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้
ปราสาทพนมวันอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา ใกล้ตัวเมืองโคราช อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ชมได้ทั้งปราสาทประธาน ระเบียงคด ซุ้มประตู และจารึกบนกรอบประตูหิน ภายในยังเป็นที่สักการะพระพุทธรูป ควรแต่งกายสุภาพ เดินทางต่อไปปราสาทหินพิมายได้ในวันเดียวกัน
ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่
ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ปราสาทที่แพ้การแข่งขัน
ตามตำนาน ปราสาทพนมวันสร้างไม่เสร็จเพราะฝ่ายชายถูกโคมสัญญาณของฝ่ายหญิงที่สร้างพิมายหลอก
รู้หรือไม่: หินอายุร้อยล้านปี
หินทรายของปราสาทมาจากหินชุดโคราชที่มีอายุราว 120 ล้านปี
รู้หรือไม่: จารึกอยู่ที่เดิม
จารึกหลายหลักของพนมวันยังจัดแสดงอยู่ที่ตัวปราสาท ไม่ได้ถูกย้ายไปพิพิธภัณฑ์
ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย
ปราสาทพนมวันสร้างเมื่อไร
ปราสาทพนมวันเกี่ยวข้องกับพิมายอย่างไร
ทำไมภายในปราสาทจึงมีพระพุทธรูป
อนัสติโลซิสคืออะไร
ตำนานแข่งสร้างปราสาทเป็นเรื่องจริงไหม
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Prasat Phanom Wan - Wikipedia
- ปราสาทพนมวัน: ร่องรอยสถาปัตยกรรมโบราณ สู่แหล่งเรียนรู้ในอุทยานธรณีโคราช - วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์
- Prasat Hin Phanom Wan Inscription 2 (K.393) - ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
- Prasat Hin Phanom Wan Inscription 3 (K.391) - ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
- Prasat Hin Phanom Wan Inscription 4 - ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
- K. 392 Doorjamb from Prasat Phanom Wan - DharmaLekha
- Prasat Phnom Wan - Techno-Science
- ปราสาทพนมวัน (ฉบับเต็ม PDF) - วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา