ยุครัฐโบราณ · สารานุกรม

ธรรมจักรทวารวดี

ราวพุทธศตวรรษที่ 12–16 (คริสต์ศตวรรษที่ 7–11)

วงล้อหินขนาดใหญ่ที่ตั้งบนเสาสูงหน้าศาสนสถาน สัญลักษณ์ของปฐมเทศนา และงานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดชิ้นหนึ่งของวัฒนธรรมทวารวดี

ความหมายวงล้อแห่งธรรม สัญลักษณ์ของการแสดงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
วัสดุหินทรายและหินปูน สลักเป็นวงล้อ ตั้งบนเสาและฐาน
แหล่งพบหลักภาคกลาง โดยเฉพาะนครปฐม อู่ทอง และลพบุรี
ชิ้นที่สมบูรณ์ที่สุดธรรมจักรพร้อมเสาและฐานจากเมืองโบราณอู่ทอง สูงรวมกว่า 4.4 เมตร
ของคู่กันกวางหมอบ ซึ่งสื่อถึงป่ากวางที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมครั้งแรก
จารึกบางชิ้นมีจารึกภาษาบาลีด้วยอักษรปัลลวะ จากธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

01วงล้อที่เริ่มหมุน

ตามเรื่องเล่าในพุทธประวัติ หลังจากตรัสรู้ พระพุทธเจ้าเสด็จไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี และแสดงธรรมครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า เนื้อหาของปฐมเทศนาคืออริยสัจสี่และทางสายกลาง ชาวพุทธเรียกเหตุการณ์นี้ว่าการหมุนวงล้อแห่งธรรม

พระสูตรที่บันทึกเรื่องนี้มีชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่าพระสูตรว่าด้วยการทำให้ธรรมจักรหมุนไป วงล้อจึงกลายเป็นภาพแทนคำสอนที่เริ่มเคลื่อนออกไปสู่โลก

ในยุคแรกของพุทธศาสนาในอินเดีย ช่างมักไม่สร้างรูปพระพุทธเจ้าในร่างมนุษย์ แต่ใช้สัญลักษณ์แทน เช่น รอยพระบาท ต้นโพธิ์ และวงล้อธรรมจักร ประเพณีการตั้งวงล้อบนยอดเสาก็มีมาตั้งแต่เสาของพระเจ้าอโศกในพุทธศตวรรษที่ 3

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02รูปแบบของธรรมจักรทวารวดี

ธรรมจักรทวารวดีเป็นแผ่นหินสลักเป็นรูปวงล้อตั้งตรง มีดุมอยู่ตรงกลาง ซี่ล้อแผ่ออกเป็นรัศมี และขอบล้อด้านนอก ช่องระหว่างซี่ล้อมักเจาะทะลุ ทำให้วงล้อดูโปร่งเบาแม้จะเป็นหินหนัก ด้านล่างมีเดือยสำหรับเสียบลงบนเสาหรือฐาน

ขอบล้อนิยมสลักลวดลายประดับ เช่น ลายดอกไม้กลมสลับกับลายข้าวหลามตัด และลายเปลวไฟที่ขอบนอกสุด ลวดลายเหล่านี้หลายแบบมีต้นเค้ามาจากศิลปะอินเดีย

ธรรมจักรจากวัดเสน่หา นครปฐม ซึ่งจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สูง 106 เซนติเมตร ไม่รวมเดือย และกว้าง 88 เซนติเมตร ส่วนธรรมจักรอีกชิ้นจากภาคกลางที่เคยให้พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทนในนิวยอร์กยืมไปจัดแสดง สูงราว 124 เซนติเมตร และหนักกว่า 900 กิโลกรัม

วงล้อหินบนยอดเสาสูง บอกผู้มาเยือนเมื่อพันปีก่อนว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าได้เริ่มหมุนมาถึงดินแดนนี้แล้ว

03เสาสูงหน้าศาสนสถาน

ธรรมจักรส่วนใหญ่ถูกพบแยกชิ้นจากเสาและฐาน จึงเคยมีคำถามว่าแต่เดิมตั้งอยู่อย่างไร คำตอบที่ชัดที่สุดมาจากเมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ขุดพบธรรมจักรพร้อมเสาและฐานจากบริเวณเจดีย์ กรมศิลปากรถือว่าเป็นธรรมจักรบนเสาที่สมบูรณ์ที่สุดที่พบในไทย

เมื่อประกอบเข้าด้วยกัน ธรรมจักรอู่ทองสูงรวมกว่า 440 เซนติเมตร ทุกวันนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จัดแสดงไว้ในแนวตั้งด้วยโครงเหล็กพิเศษ ให้ผู้ชมเห็นทั้งวงล้อ เสา และฐานพร้อมกัน

หลักฐานนี้สนับสนุนความเห็นว่าในสมัยทวารวดี ธรรมจักรถูกตั้งบนเสาสูงไว้หน้าศาสนสถาน ผู้คนที่เดินเข้ามาจะเห็นวงล้อหินลอยอยู่เหนือศีรษะ เป็นเครื่องหมายบอกว่าที่นี่คือพื้นที่ของพระธรรม

พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทนชี้ว่ารูปแบบวงล้อขนาดใหญ่บนเสาเช่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะในรัฐอานธรประเทศ ทางใต้ของอินเดีย แต่ในพุทธศาสนาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่พบประเพณีแบบนี้ที่ใดนอกจากดินแดนมอญในประเทศไทย

04กวางหมอบและจารึกบนวงล้อ

ธรรมจักรหลายแห่งพบคู่กับประติมากรรมกวางหมอบ กวางเป็นตัวแทนของมฤคทายวัน ซึ่งแปลว่าป่าที่ให้อภัยแก่กวาง สถานที่แสดงปฐมเทศนา บางแห่งกวางอาจถูกวางไว้ที่มุมของแท่นบนยอดเสา ใต้วงล้อพอดี ภาพรวมจึงเล่าเหตุการณ์ปฐมเทศนาได้โดยไม่ต้องมีรูปพระพุทธเจ้าเลย

ธรรมจักรบางชิ้นมีจารึกด้วย เช่น ธรรมจักรจากวัดเสน่หา มีข้อความภาษาบาลีเขียนด้วยอักษรปัลลวะ คัดมาจากธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ส่วนที่เมืองโบราณซับจำปา จังหวัดลพบุรี พบเสาแปดเหลี่ยมจารึกภาษาบาลีด้วยอักษรหลังปัลลวะ มีคาถาเย ธมฺมา และข้อความเกี่ยวกับอริยสัจสี่ ซึ่งเป็นหัวใจของปฐมเทศนาเช่นกัน

การใช้ภาษาบาลีในจารึกเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกว่าพุทธศาสนาที่ใช้คัมภีร์ภาษาบาลีมีบทบาทในดินแดนทวารวดีมาตั้งแต่เมื่อพันกว่าปีก่อน

05ทำไมต้องเป็นวงล้อ

นักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าในสมัยที่ธรรมจักรทวารวดีถูกสร้าง ซึ่งราวคริสต์ศตวรรษที่ 7–8 ช่างในอินเดียและที่อื่น ๆ นิยมสร้างพระพุทธรูปกันแล้ว การที่ชาวทวารวดียังสร้างวงล้อขนาดใหญ่จึงน่าสนใจ บางคนเห็นว่าเป็นการสืบทอดประเพณีเก่าแก่ที่ได้รับมาจากอินเดียใต้ บางคนเห็นว่าเป็นการเลือกที่สะท้อนความนิยมของชุมชนท้องถิ่นเอง

โรเบิร์ต บราวน์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวอเมริกัน เขียนหนังสือเรื่องธรรมจักรทวารวดีในปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) โดยศึกษาวงล้อร่วมกับกวางหิน พระพุทธรูป และสถูป แล้วเทียบกับศิลปะเขมรและอินเดีย เพื่อหาคำตอบว่าวัฒนธรรมอินเดียถูกรับเข้ามาและปรับใช้ในอุษาคเนย์อย่างไร

นอกจากความหมายทางพุทธศาสนาแล้ว วงล้อยังเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันกว้างขวางในอินเดีย ทั้งเป็นเครื่องหมายของพระจักรพรรดิผู้ปกครองโลกและเป็นอาวุธของพระวิษณุ จักรสำริดขนาดเล็กที่พบที่เขาศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปี พ.ศ. 2560 ก็ทำให้นักวิชาการถกเถียงกันว่าเป็นของในศาสนาพุทธหรือไวษณพนิกาย

06ชมธรรมจักรได้ที่ไหน

ธรรมจักรทวารวดีพบมากที่สุดในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีน บางแห่งบนที่ราบสูงโคราชก็พบด้วย เช่น ที่เมืองเสมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีวัดชื่อวัดธรรมจักรเสมารามตามโบราณวัตถุชิ้นนี้ แต่โดยรวมพบน้อยกว่าในภาคกลางมาก

ผู้สนใจชมของจริงได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในห้องศิลปะทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ที่นครปฐม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ที่สุพรรณบุรี ซึ่งมีธรรมจักรพร้อมเสาที่สมบูรณ์ที่สุด

เมื่อยืนอยู่หน้าวงล้อหินเหล่านี้ เราจะเห็นว่าชาวทวารวดีเล่าเรื่องคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยภาษาของสัญลักษณ์ ที่เข้าใจได้แม้ไม่ต้องอ่านหนังสือออก

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

พุทธศตวรรษที่ 1ค.ศ. ราว 2,500 ปีก่อนปฐมเทศนา

พระพุทธเจ้าแสดงธรรมครั้งแรกที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

พุทธศตวรรษที่ 3ค.ศ. ศตวรรษที่ 3 ก่อนเสาพระเจ้าอโศก

วงล้อธรรมจักรบนยอดเสาในอินเดีย

ราวพุทธศตวรรษที่ 12–14ค.ศ. คริสต์ศตวรรษที่ 7–9ธรรมจักรทวารวดี

สร้างวงล้อหินบนเสาหน้าศาสนสถานในภาคกลาง

ราวพุทธศตวรรษที่ 13–14ค.ศ. คริสต์ศตวรรษที่ 8–9เสาจารึกซับจำปา

เสาแปดเหลี่ยมจารึกบาลี คาถาเย ธมฺมา ที่ลพบุรี

พ.ศ. 2539ค.ศ. 1996หนังสือของบราวน์

ตีพิมพ์งานศึกษาธรรมจักรทวารวดีฉบับสำคัญ

พ.ศ. 2552ค.ศ. 2009นิทรรศการศิลปะทวารวดี

จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พ.ศ. 2560ค.ศ. 2017จักรสำริดเขาศรีวิชัย

พบจักรสำริดขนาดเล็กที่สุราษฎร์ธานี

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: มีเฉพาะในไทย

วงล้อหินขนาดใหญ่บนเสาแบบทวารวดีไม่พบในพุทธศาสนาที่อื่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นเอกลักษณ์ของดินแดนไทยโบราณ

รู้หรือไม่: หนักเกือบหนึ่งตัน

ธรรมจักรชิ้นหนึ่งจากภาคกลางหนักราว 936 กิโลกรัม การยกขึ้นตั้งบนเสาสูงจึงเป็นงานวิศวกรรมไม่น้อย

รู้หรือไม่: วัดตั้งชื่อตามธรรมจักร

วัดธรรมจักรเสมารามที่เมืองเสมา นครราชสีมา ได้ชื่อมาจากธรรมจักรหินที่พบในวัด

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. SAC Southeast Asian Arts: Dharmachakra
  2. The Met: Dharmachakra (Wheel of the Law)
  3. U Thong National Museum (Wikipedia)
  4. ไทยโพสต์: ย้อนเวลาท่องอารยธรรมทวารวดี ที่พิพิธภัณฑ์ฯ อู่ทอง
  5. ฐานข้อมูลจารึก ศมส.: จารึกซับจำปา 4
  6. Amis du musée Cernuschi: Dvaravati, sources of Buddhism in Thailand
  7. Brown, The Dvaravati Wheels of the Law (Goodreads)
  8. มติชน: พบจักรสำริด 1,300 ปีที่เขาศรีวิชัย
  9. Dhammacakkappavattana Sutta (Wikipedia)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา