01ที่ตั้งและภูมิประเทศ
เมืองโบราณศรีมโหสถอยู่ในตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี บนที่ราบลุ่มน้ำบางปะกง ครอบคลุมพื้นที่บ้านสระมะเขือ บ้านโคกวัด และบ้านหนองสะแก ในอดีตบริเวณนี้น่าจะอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากกว่าปัจจุบัน
ตัวเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน วางแนวตะวันออกเฉียงเหนือถึงตะวันตกเฉียงใต้ กว้างราว 700 เมตร ยาวราว 1,500 ถึง 1,550 เมตร ตามแต่ละแหล่งข้อมูล ล้อมด้วยคันดินและคูเมืองกว้าง 14–20 เมตร
ศรีมโหสถเป็นแหล่งที่มีโบราณสถานหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก การสำรวจนับได้ราว 541 แห่ง ทั้งบนแนวกำแพง ภายในเมือง และนอกเมือง แต่ขุดค้นแล้วเพียงราว 39 แห่ง
ชื่อศรีมโหสถเป็นชื่อที่ตั้งใหม่ อำเภอนี้เดิมชื่ออำเภอโคกปีบ และเปลี่ยนชื่อเป็นศรีมโหสถเมื่อ พ.ศ. 2536 ส่วนชื่อโบราณของเมืองยังไม่มีข้อยุติ
แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่
จุดกะพริบคือเมืองโบราณศรีมโหสถ จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน
GPSพิกัดและการนำทาง
แม่นยำสูง จุดนี้คือสระมรกต ภายในเมืองโบราณศรีมโหสถ ยังมีโบราณสถานอีกหลายจุดในบริเวณใกล้เคียง
13.863206, 101.426488พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด
02การค้นพบและการขุดค้น
ชาวบ้านพบโบราณวัตถุในบริเวณนี้มานานแล้ว และหินจากสระโบราณบางส่วนเคยถูกขนไปใช้สร้างวัดในละแวกก่อนที่ทางราชการจะเห็นความสำคัญ ใน พ.ศ. 2509 มีการพบภาชนะสำริดมีจารึกที่โบราณสถานหมายเลข 11
พระพุทธรูปหินทรายยืนแบบทวารวดีสูงราว 2 เมตร ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อทวารวดี ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2514 และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุใน พ.ศ. 2523 ต่อมาใบหน้าและแขนเสียหายจากไฟไหม้ใน พ.ศ. 2538 กรมศิลปากรจึงซ่อมแซม
กรมศิลปากรเริ่มขุดค้นศึกษาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ราว พ.ศ. 2529 ในปีนั้นเองได้ขุดแต่งและระบุรอยพระพุทธบาทคู่ที่สระมรกต ทำให้ชื่อศรีมโหสถเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ในเมืองเดียวกัน คนโบราณสลักรอยพระพุทธบาทลงบนหิน บูชาพระคเณศ และต่อมาก็สร้างโรงพยาบาลตามพระราชประสงค์ของกษัตริย์เขมร
03นักโบราณคดีรุ่นแรกในป่าโคกปีบ
ก่อนจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมืองโบราณแห่งนี้เป็นป่ารกที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเมืองพระรถ ใน พ.ศ. 2509 นักศึกษาโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากรกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งสุจิตต์ วงษ์เทศ และขรรค์ชัย บุนปาน ติดตามอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม มาสำรวจ จากนั้นหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ได้พานักศึกษามาขุดค้นที่เนินซึ่งเรียกว่าพานหิน
การขุดที่พานหินพบชิ้นส่วนเทวรูปในศาสนาพราหมณ์ รวมทั้งพระหัตถ์ของพระวิษณุที่ถือสังข์ ทำให้นักวิชาการเห็นว่าในเมืองนี้เคยมีเทวสถานฮินดูขนาดใหญ่ ในปีเดียวกันนั้น วันที่ 14 มิถุนายน 2509 กรมศิลปากรขุดพบภาชนะสำริดรวม 26 ชิ้นที่โบราณสถานหมายเลข 11 ซึ่งต่อมากลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเรื่องชื่อเมือง
งานขุดแต่งบริเวณสระมรกตเกิดขึ้นในอีกราวยี่สิบปีต่อมา ตามคำเล่าของขรรค์ชัย บุนปาน เงินทำบุญจากงานกฐินส่วนหนึ่งถูกแบ่งมาสนับสนุนการขุดค้นของกรมศิลปากร ในสมัยที่ทวีศักดิ์ เสนาณรงค์ เป็นอธิบดี จนพบรอยพระพุทธบาทคู่ แหล่งข้อมูลระบุปีต่างกันเล็กน้อย บางแห่งว่า พ.ศ. 2528 บางแห่งว่า พ.ศ. 2529
จากนั้นการสำรวจของกรมศิลปากรก็ขยายออกไปทั่วเมือง จนนับโบราณสถานได้หลายร้อยแห่งอย่างที่รู้กันในวันนี้ แต่ส่วนที่ขุดค้นแล้วยังเป็นเพียงส่วนน้อย เมืองนี้จึงยังมีเรื่องรอให้ค้นพบอีกมาก
04สิ่งที่พบ จากเทวรูปพราหมณ์ถึงรอยพระพุทธบาท
ศรีมโหสถพบเทวรูปในศาสนาพราหมณ์หลายองค์ เช่น พระวิษณุ พระคเณศ และศิวลึงค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี บรรยายว่าพระคเณศที่พบที่นี่เป็นองค์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดเท่าที่พบหลักฐานในปัจจุบัน สะท้อนว่าการนับถือพระคเณศเข้ามาถึงลุ่มบางปะกงตั้งแต่ยุคแรก
ทางใต้ของเมืองมีสระแก้ว สระน้ำโบราณที่ขุดลงไปในศิลาแลง ขอบสระสลักภาพสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เช่น ช้างซึ่งมีมากที่สุด มกร สิงห์ นาค หมูป่า และกินรี นักวิชาการหลายท่านกำหนดอายุราว 1,500 ปี และเชื่อว่าใช้ในพิธีกรรมเกี่ยวกับน้ำและความอุดมสมบูรณ์
ที่โบราณสถานสระมรกต มีรอยพระพุทธบาทคู่สลักบนพื้นศิลาแลงธรรมชาติ แต่ละรอยมีนิ้วห้านิ้วและมีธรรมจักรตรงกลาง กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12–14 หลายแหล่งยกให้เป็นรอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในไทย รอบข้างพบร่องรอยหลุมเสาของอาคารและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
นอกจากนี้ยังพบเครื่องถ้วยจีนและเปอร์เซียราวคริสต์ศตวรรษที่ 8–9 ลูกปัดทองและแก้ว และภาชนะแบบกุณฑี หลักฐานเหล่านี้บอกว่าเมืองนี้เชื่อมกับเครือข่ายการค้าทางทะเล
05สระมรกต ที่ศักดิ์สิทธิ์สองยุคซ้อนกัน
ที่สระมรกต หลักฐานสองยุคอยู่ใกล้กันอย่างน่าสนใจ ยุคแรกคือรอยพระพุทธบาทคู่บนลานศิลาแลง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12–14 ซึ่งอยู่ในวัฒนธรรมทวารวดี ยุคหลังคืออาคารอโรคยศาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18 ห่างกันหลายร้อยปี
การที่คนสมัยหลังเลือกสร้างโรงพยาบาลหลวงไว้ข้างรอยพระพุทธบาทเก่า แสดงว่าพื้นที่นี้ยังถูกนับถือเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ต่อเนื่องมา แม้ศาสนาจะเปลี่ยนจากพุทธแบบทวารวดีมาเป็นพุทธมหายานแบบเขมร งานศึกษาของรุ่งโรจน์ระบุว่าอโรคยศาลแห่งนี้เป็นอโรคยศาลที่อยู่ทางตะวันตกสุดเท่าที่พบของอาณาจักรพระนคร
รอบสระมรกตยังพบร่องรอยหลุมเสาอาคารไม้และบ่อน้ำ แสดงว่าเคยมีเรือนหรือศาลาประกอบพิธีกรรมล้อมรอยพระพุทธบาท ซึ่งน่าจะเป็นที่ที่ผู้คนมาสักการะ คล้ายกับที่ผู้คนยังมากราบไหว้ในวันนี้
06จากทวารวดีสู่สมัยเขมร
ในช่วงแรก ศรีมโหสถเป็นชุมชนในวัฒนธรรมทวารวดีที่นับถือทั้งพุทธและพราหมณ์ปะปนกัน ต่อมาเมื่ออาณาจักรเขมรขยายอิทธิพลมาถึงภาคตะวันออก เมืองก็ได้รับศิลปะและความเชื่อแบบเขมรเข้ามาซ้อนทับ
หลักฐานสำคัญของสมัยเขมรคืออโรคยศาลที่โบราณสถานสระมรกต สร้างในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 18 อาจสร้างทับศาสนสถานทวารวดีเดิม อาคารสร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ มีบรรณาลัยและโคปุระครบตามแบบแผน
ภาชนะสำริดที่พบใน พ.ศ. 2509 มีจารึกลงมหาศักราช 1109 ตรงกับ พ.ศ. 1730 (ค.ศ. 1187) อยู่ในรัชกาลเดียวกัน ยืนยันว่าเมืองยังมีความสำคัญทางศาสนาในสมัยนั้น หลังพุทธศตวรรษที่ 18 เมืองค่อย ๆ ร้างไป จนชาวไทยพวนเข้ามาตั้งชุมชนในสมัยรัตนโกสินทร์
07ภาชนะสำริด 26 ชิ้น กับชื่อที่จารึกไว้
ในบรรดาภาชนะสำริด 26 ชิ้นจากโบราณสถานหมายเลข 11 มีห้าชิ้นที่มีจารึกอักษรเขมร ได้แก่ ขันกลม ขันรูปรี กรอบสำริด เชิงเทียน และสังข์ บทความของรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล ในวารสารดำรงวิชาการ รวบรวมคำอ่านไว้อย่างเป็นระบบ
จารึกบนขันกลมกล่าวว่าศรีวีเรนทราธิบดีวรมันถวายของแด่ศรีวีเรศวรที่สังโวก ลงมหาศักราช 1109 ตรงกับ พ.ศ. 1730 ส่วนกรอบสำริดและเชิงเทียนลงมหาศักราช 1115 ตรงกับ พ.ศ. 1736 กล่าวถึงอโรคยศาล ชิ้นหนึ่งเอ่ยชื่ออวัธยปุระ อีกชิ้นเอ่ยชื่อสังโวก
ข้อมูลนี้อธิบายได้ว่าทำไมเมืองนี้จึงมีชื่อเสนออยู่สองชื่อ ฝ่ายหนึ่งยึดชื่ออวัธยปุระ ซึ่งแปลจากภาษาสันสกฤตได้ราวว่าเมืองที่ไม่มีใครทำลายได้ อีกฝ่ายยึดชื่อสังโวกที่ปรากฏทั้งบนภาชนะและในจารึกปราสาทบายน แต่เพราะภาชนะเป็นของเคลื่อนย้ายได้ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าชื่อใดเป็นชื่อของเมืองนี้จริง
สิ่งที่ค่อนข้างแน่นอนคือ ในช่วง พ.ศ. 1730–1736 มีคนสำคัญในราชสำนักพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ส่งของมาถวายศาสนสถานแห่งนี้ และมีอโรคยศาลที่ดำเนินงานอยู่จริง
08ข้อถกเถียง เมืองนี้ชื่ออะไร
รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล เสนอใน พ.ศ. 2556 ว่าศรีมโหสถคือเมืองสังโวก ที่จารึกกรอบประตูปราสาทบายนกล่าวว่ามีรอยพระพุทธบาทและพระไภษัชยคุรุ เหตุผลคือที่นี่มีทั้งรอยพระพุทธบาทและอโรคยศาลอยู่ด้วยกัน ซึ่งไม่พบในแหล่งอื่นสมัยเดียวกัน และจารึกบนภาชนะสำริดก็เอ่ยถึงสังโวก
ผู้เสนอเองยอมรับว่าภาชนะสำริดเคลื่อนย้ายได้ จึงอาจนำมาจากที่อื่น และชื่อบางชื่อในจารึกยังอ่านตีความได้ไม่แน่นอน ขณะที่บางแหล่งเรียกเมืองนี้ว่าอวัธยปุระตามจารึก แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่นักวิชาการยอมรับร่วมกัน
อายุของเมืองก็ยังมีความเห็นต่าง บางแหล่งย้อนไปถึงช่วงต้นพุทธกาล แต่หลักฐานโบราณคดีที่ชัดเจนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11–18
09ศรีมโหสถในวันนี้
เมืองโบราณยังมีผู้คนอาศัยอยู่ปะปนกับโบราณสถาน ทำให้ต้องอาศัยการวางผังและกฎหมายคุ้มครอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศให้เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม มีผลตั้งแต่ 16 กันยายน 2558
ผู้มาเยือนสามารถชมโบราณสถานสระมรกต สระแก้ว แนวคันดิน หลวงพ่อทวารวดีข้างที่ว่าการอำเภอ และต้นโพธิ์ที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ซึ่งคนท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นต้นโพธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดในไทย ความเชื่อนี้ยังพิสูจน์อายุแน่ชัดไม่ได้
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ร่องรอยการอยู่อาศัยยุคแรกในลุ่มบางปะกง
สลักรอยพระพุทธบาทที่สระมรกต
เครื่องถ้วยจีนและเปอร์เซียเข้ามาถึงเมือง
สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีการสร้างอโรคยศาล
กรอบสำริดและเชิงเทียนลงมหาศักราช 1115 กล่าวถึงอโรคยศาล
ผู้คนย้ายออก ต่อมาชาวไทยพวนเข้ามาตั้งถิ่นฐาน
หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล นำนักศึกษาขุดที่พานหิน พบพระหัตถ์พระวิษณุถือสังข์
ที่โบราณสถานหมายเลข 11 มีจารึก 5 ชิ้น
พระพุทธรูปยืนหินทรายสูงราว 2 เมตร
แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุจากศรีมโหสถ
กรมศิลปากรขุดแต่งและพบรอยพระพุทธบาทคู่ (แหล่งข้อมูลระบุปีต่างกัน)
อำเภอโคกปีบเปลี่ยนชื่อเป็นศรีมโหสถ
ประกาศคุ้มครองพื้นที่เมืองโบราณ
ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้
เมืองโบราณศรีมโหสถอยู่ในอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี จุดชมหลักคือโบราณสถานสระมรกตพร้อมรอยพระพุทธบาทคู่ สระแก้ว แนวคูเมือง และหลวงพ่อทวารวดี โบราณวัตถุสำคัญ เช่น พระคเณศและเทวรูปพระวิษณุ จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ในตัวเมืองปราจีนบุรี
ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่
ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: รอยเท้าคู่
รอยพระพุทธบาทส่วนใหญ่ในไทยเป็นรอยเดียว แต่ที่สระมรกตสลักไว้เป็นคู่
รู้หรือไม่: สวนสัตว์บนขอบสระ
ขอบสระแก้วสลักภาพสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หลายชนิด โดยช้างมีจำนวนมากที่สุด
รู้หรือไม่: พิพิธภัณฑ์ใกล้บ้าน
โบราณวัตถุจากศรีมโหสถส่วนใหญ่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2528
ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย
ศรีมโหสถเป็นชื่อโบราณของเมืองหรือไม่
รอยพระพุทธบาทคู่พิเศษอย่างไร
เมืองนี้นับถือศาสนาอะไร
ภาชนะสำริดที่มีจารึกสำคัญอย่างไร
ควรดูอะไรก่อนลงพื้นที่
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (2)
บทความเหล่านี้พูดถึงเมืองโบราณศรีมโหสถ อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- คู่มือออกแบบอาคารพื้นที่คุ้มครองศรีมโหสถ - สผ.
- ข้อเสนอเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของสังโวก - วารสารดำรงวิชาการ
- รูปสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ขอบสระแก้ว - ศิลปวัฒนธรรม
- อำเภอศรีมโหสถ มาจากไหน - ศิลปวัฒนธรรม
- Prachinburi province - Wikipedia
- โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ - แนวหน้า
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี 40 ปี - กรุงเทพธุรกิจ
- Twin Buddha Footprints - Love Thailand
- Luang Phor Dhavaravati - Thai Holiday Guide
- ศรีมโหสถ ข่าวสด
- กว่าจะพบ อวัธยปุระ - มติชน (ประชาชื่น)
- ข้อเสนอเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของสังโวก (ฉบับเต็ม) - ดำรงวิชาการ
- ประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมศรีมโหสถ - สผ.
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา