ยุครัฐโบราณ · บุคคลสำคัญ

พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1

ครองราชย์ราว พ.ศ. 1549–1593 (ค.ศ. 1006–1050)

กษัตริย์เขมรผู้ชนะสงครามแย่งราชสมบัติ แล้วขยายอำนาจของเมืองพระนครมาถึงลพบุรีและลุ่มเจ้าพระยา

ครองราชย์ราว พ.ศ. 1549–1593 (ค.ศ. 1006–1050) บรมราชาภิเษก พ.ศ. 1553 (ค.ศ. 1010)
ราชธานีเมืองพระนคร (ยโศธรปุระ) ในกัมพูชา
ศาสนาพุทธมหายาน แต่เปิดกว้างต่อเถรวาทและศาสนาพราหมณ์
ผลงานเด่นปราสาทพระวิหาร พิมานอากาศ บารายตะวันตก
บทบาทต่อดินแดนไทยยกทัพเข้าลวปุระ (ลพบุรี) ตามจารึก K.1198 และจัดการปกครองลพบุรีตามจารึกศาลพระกาฬ
พระนามหลังสวรรคตนิพพานบท ผู้เสด็จไปสู่นิพพาน
คำสาบานภักดีจารึก K.292 ที่โคปุระพระราชวังหลวง ราว พ.ศ. 1554 (ค.ศ. 1011)
คู่แข่งชิงบัลลังก์พระเจ้าอุทัยาทิตยวรมันที่ 1 และพระเจ้าชยวีรวรมัน

01ภูมิหลัง: เจ้าชายที่มาจากไหน

ต้นพุทธศตวรรษที่ 16 อาณาจักรเขมรที่เมืองพระนครตกอยู่ในความวุ่นวาย หลังรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 มีผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์หลายคน หนึ่งในนั้นคือเจ้านายองค์หนึ่งที่ต่อมาใช้พระนามว่าสุริยวรมัน

ที่มาของพระองค์ยังเป็นเรื่องที่นักวิชาการเห็นต่างกัน ทฤษฎีหนึ่งเสนอว่าพระองค์เป็นเจ้าชายจากตามพรลิงค์บนคาบสมุทรมลายู ซึ่งในเวลานั้นเกี่ยวข้องกับเครือข่ายศรีวิชัย อีกทฤษฎีหนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับมากกว่าเห็นว่าพระองค์สืบเชื้อสายจากราชวงศ์เขมรเดิม โดยจารึกบางหลักโยงพระองค์กับสายของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1

ไม่ว่าจะมาจากไหน สิ่งที่หลักฐานยืนยันได้คือพระองค์ต้องใช้กำลังทหารเพื่อขึ้นครองราชย์ และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะรวบรวมอำนาจได้สำเร็จ

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02สงครามแย่งราชสมบัติและคำสาบานของขุนนาง

ราว พ.ศ. 1545 (ค.ศ. 1002) พระองค์มีชัยเหนือพระเจ้าอุทัยาทิตยวรมันที่ 1 จากนั้นต้องทำสงครามยืดเยื้อกับพระเจ้าชยวีรวรมันอีกหลายปี กว่าจะได้รับการบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 1553 (ค.ศ. 1010) แต่แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่นับรัชกาลของพระองค์ตั้งแต่ราว พ.ศ. 1549 (ค.ศ. 1006)

เพื่อให้ขุนนางยอมรับอำนาจ พระองค์ให้ข้าราชการราว 4,000 คนมากระทำสัตย์สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อพระองค์ ถ้อยคำสาบานนี้ถูกจารึกไว้ที่บริเวณพระราชวังในเมืองพระนคร และเป็นหลักฐานที่นักประวัติศาสตร์มักยกมาอธิบายว่าพระองค์สร้างความมั่นคงด้วยระบบความภักดีส่วนตัว

พระองค์ยังได้รับการจดจำว่าเป็นผู้ให้ความสำคัญกับกฎหมายและการจัดระเบียบข้าราชการ ในรัชกาลนี้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปดูแลเมืองต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้อาณาจักรกว้างขวางกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

จารึกสองหลักที่ห่างกันราว 20 ปี เล่าเรื่องลพบุรีจากเมืองที่ถูกทัพเขมรทำลาย จนกลายเป็นเมืองที่พระหลายนิกายต้องอุทิศบุญถวายกษัตริย์องค์ใหม่

03อ่านคำสาบานภักดี: จารึก K.292 ที่ประตูพระราชวัง

หลักฐานที่ทำให้เรารู้จักวิธีปกครองของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ได้ดีที่สุดคือจารึกที่นักวิชาการเรียกว่า K.292 จารึกนี้สลักไว้ที่โคปุระ (ซุ้มประตู) ด้านตะวันออกของพระราชวังหลวงในเมืองพระนคร ลงปีมหาศักราช 933 ตรงกับราว พ.ศ. 1554 (ค.ศ. 1011) หรือราวหนึ่งปีหลังพิธีบรมราชาภิเษก

ข้อความในจารึกเป็นคำปฏิญาณของข้าราชการกลุ่มที่เรียกว่า ตำรวจ (tamrvāc) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจตราและรับคำสั่งของกษัตริย์ ผู้ปฏิญาณสัญญาว่าจะไม่รับใช้กษัตริย์องค์อื่น จะไม่ร่วมมือกับศัตรู พร้อมออกรบโดยไม่กลัวตาย และจะดูแลศาสนสถานที่ได้รับมอบหมาย ผู้ใดผิดคำสาบานจะถูกลงโทษจากราชสำนัก และจะไปเกิดในนรกถึง 32 ขุม

ยอร์ช เซเดส์ เป็นผู้รวบรวมข้อความนี้จากจารึกหลายชิ้นที่มีถ้อยคำคล้ายกัน ซึ่งพบทั้งที่พระราชวังและที่ปราสาทเกลียงใต้ จารึกชุดนี้มีรายชื่อข้าราชการผู้ร่วมปฏิญาณเรียงต่อกันยาวเหยียด และแหล่งข้อมูลทั่วไปมักสรุปว่ามีผู้ปฏิญาณราว 4,000 คน

คำว่า ตำรวจ ที่ใช้ในภาษาไทยปัจจุบันก็สืบมาจากคำเขมรโบราณคำนี้ จารึกหลักนี้จึงเป็นทั้งหลักฐานการเมืองของเมืองพระนครและเป็นร่องรอยของคำที่เดินทางข้ามมาสู่ภาษาไทย

04ผลงานก่อสร้าง: จากพระวิหารถึงบารายตะวันตก

งานก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดของพระองค์คือปราสาทพระวิหาร บนหน้าผาสูงของเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งปัจจุบันเป็นแนวพรมแดนไทยกับกัมพูชา ปราสาทนี้สร้างต่อเนื่องหลายรัชกาล แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสมัยพระองค์และพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

ในเมืองพระนคร พระองค์สร้างหรือสร้างต่อปราสาทพิมานอากาศและปราสาทตาแก้ว และเริ่มขุดบารายตะวันตก อ่างเก็บน้ำขนาดราว 8 x 2.1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิศวกรรมน้ำที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรเขมร

พระองค์ยังติดต่อกับมหาอำนาจโพ้นทะเล ราว พ.ศ. 1555 (ค.ศ. 1012) พระองค์ส่งเครื่องบรรณาการรวมทั้งราชรถไปถวายพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ 1 แห่งอินเดียใต้ นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าความสัมพันธ์นี้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันอำนาจกับตามพรลิงค์และศรีวิชัยบนคาบสมุทรมลายู

05พระราชวังหลวง พิมานอากาศ และศาสนสถานนอกเมืองพระนคร

เมื่อมีอำนาจมั่นคงแล้ว พระองค์ได้ล้อมพระราชวังหลวงในเมืองพระนครด้วยกำแพงศิลาแลงสูงราว 5 เมตร กินพื้นที่ยาวราว 585 เมตร กว้างราว 246 เมตร มีโคปุระเป็นทางเข้า อาคารที่ประทับส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ จึงผุพังไปหมด สิ่งที่ยังเหลือให้เห็นคือกำแพง ซุ้มประตู สระน้ำ และปราสาทพิมานอากาศที่ตั้งอยู่กลางพระราชวัง

ปราสาทพิมานอากาศเป็นศาสนสถานรูปทรงพีระมิดสามชั้นในศิลปะแบบเกลียง เริ่มสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 และมาแล้วเสร็จในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ตามตำนานที่โจวต้ากวนทูตจีนบันทึกไว้ราว พ.ศ. 1840 (ค.ศ. 1297) ยอดปราสาทเคยหุ้มทอง และกษัตริย์ต้องขึ้นไปพบนางนาคผู้เป็นเจ้าแผ่นดินทุกคืน หากไม่ไปจะเกิดเภทภัยแก่บ้านเมือง

นอกเมืองพระนคร ยังมีปราสาทพระขรรค์ที่กำปงสวาย ห่างไปทางตะวันออกราว 100 กิโลเมตร เป็นกลุ่มศาสนสถานที่มีพื้นที่รวมราว 22.5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่ที่สุดในยุคเมืองพระนคร นักวิชาการฝรั่งเศสบางท่านเสนอว่าพระองค์เป็นผู้เริ่มสร้าง แต่หลักฐานยังมีน้อย จึงควรถือเป็นข้อสันนิษฐาน นอกจากนี้พระองค์ยังขยายหรือบูรณะศาสนสถานอื่น เช่น วัดเอกพนม พนมจีสอร์ และบันทายสรี

สำหรับปราสาทพระวิหาร พระองค์มีบทบาทสำคัญในการขยายศาสนสถานบนหน้าผา ซึ่งต่อมาพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 สร้างต่อจนเป็นรูปแบบที่เห็นในวันนี้ แนวแกนของปราสาทยาวราว 800 เมตร มีโคปุระ 5 ชั้น ไต่ระดับขึ้นไปสู่ปราสาทประธานบนยอดผาที่สูงจากที่ราบราว 525 เมตร

06การทูตกับโจฬะและแรงสะเทือนถึงคาบสมุทร

ราว พ.ศ. 1555 (ค.ศ. 1012) พระองค์ส่งของกำนัลรวมทั้งราชรถไปถวายพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ 1 แห่งอินเดียใต้ เอกสารบางสายตีความว่าพระองค์ขอความช่วยเหลือทางทหารเพื่อรับมือกับตามพรลิงค์บนคาบสมุทรมลายู ส่วนตามพรลิงค์ก็หันไปพึ่งศรีวิชัย

ราว พ.ศ. 1568 (ค.ศ. 1025) กองทัพเรือโจฬะบุกโจมตีเมืองท่าของศรีวิชัยหลายแห่งและจับกษัตริย์ศรีวิชัยไปได้ เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งศรีวิชัยและตามพรลิงค์อ่อนกำลังลงมาก นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อมโยงการบุกครั้งนี้กับพันธมิตรระหว่างเขมรและโจฬะ แต่ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงว่าพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เป็นผู้ร้องขอให้เกิดการโจมตีครั้งนั้น

เรื่องนี้ช่วยให้เข้าใจภาพใหญ่ว่าในพุทธศตวรรษที่ 16 ดินแดนไทยตั้งแต่ลพบุรีลงไปถึงนครศรีธรรมราชอยู่ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจสามฝ่าย คือเขมร ศรีวิชัย และโจฬะ ผลของการแข่งขันนี้มีส่วนกำหนดว่าเมืองใดจะรุ่งเรืองหรือเสื่อมลง

07บทบาทต่อดินแดนไทย: ละโว้ในมือเมืองพระนคร

สำหรับประวัติศาสตร์ไทย พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 สำคัญเพราะเป็นกษัตริย์เขมรองค์แรกที่หลักฐานชี้ชัดว่าขยายอำนาจมาถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนหน้านั้นลพบุรีหรือละโว้เป็นเมืองสำคัญในวัฒนธรรมทวารวดี ผู้คนพูดภาษามอญและนับถือพุทธศาสนา

จารึก K.1198 ซึ่งกำหนดอายุตรงกับ พ.ศ. 1545 (ค.ศ. 1002) เล่าว่าพระองค์ยกทัพเข้ามาในลวปุระ จนเมืองเสียหายหนัก จารึกบรรยายว่าเมืองกลายเป็นป่าที่สัตว์ร้ายอาศัย นักวิชาการไทยเห็นว่าจารึกนี้ช่วยยืนยันสิ่งที่เคยเป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่าเขมรเข้ายึดลพบุรีด้วยกำลัง

ราว 20 ปีต่อมา จารึกศาลพระกาฬที่ลพบุรี ลงปีตรงกับ พ.ศ. 1565 (ค.ศ. 1022) แสดงว่าลพบุรีอยู่ใต้การปกครองของพระองค์แล้ว จารึกมีคำสั่งให้นักบวชฝ่ายมหายาน ฝ่ายเถรวาท และพราหมณ์ อุทิศผลบุญถวายแด่พระองค์ และกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเมือง

จารึกนี้บอกเราสองเรื่อง เรื่องแรกคือเขมรจัดระบบปกครองลพบุรีอย่างเป็นทางการ เรื่องที่สองคือลพบุรีในเวลานั้นมีพระสงฆ์หลายนิกายอยู่ร่วมกัน ศาสนาเถรวาทของชาวมอญเดิมจึงไม่ได้หายไป แม้ผู้ปกครองใหม่จะนับถือมหายาน

08นักประวัติศาสตร์มองพระองค์อย่างไร

ยอร์ช เซเดส์ เคยเสนอว่าพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 อาจเป็นโอรสของกษัตริย์ตามพรลิงค์ที่ตำนานภาคเหนือเรียกว่าสุชิตราช ผู้เคยยกทัพมายึดละโว้ ความคิดนี้ทำให้ภาพของพระองค์เป็นเหมือนผู้รุกรานจากทางใต้

ต่อมาไมเคิล วิกเกอรี เขียนบทความใน พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) แย้งว่าพระองค์น่าจะมีฐานอำนาจอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชาเอง เพราะพบจารึกที่อ้างพระนามของพระองค์ในเขตกำปงธมก่อนการบรมราชาภิเษก นักวิชาการรุ่นหลังบางส่วนชี้ไปที่เขตสมโบร์และกระแจะริมแม่น้ำโขง แนวคิดนี้มองว่าสงครามชิงบัลลังก์เป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มเจ้านายและนักบวชภายในอาณาจักร

สิ่งที่นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นตรงกันคือ พระองค์เป็นนักจัดระเบียบที่ผูกข้าราชการไว้กับตัวกษัตริย์โดยตรง และสนใจงานชลประทานกับการสร้างอาราม สารานุกรมบริแทนนิกาสรุปว่าพระองค์เป็นทั้งนักรบและนักสร้างผู้ขยายอาณาเขตอย่างกว้างขวาง และบางส่วนของดินแดนที่ได้มาอยู่ในการควบคุมของเขมรอีกหลายร้อยปี

09มรดกและข้อถกเถียง

พระองค์สวรรคตราว พ.ศ. 1593 (ค.ศ. 1050) และได้รับพระนามหลังสวรรคตว่านิพพานบท ซึ่งสะท้อนความศรัทธาในพุทธศาสนา ต่อมาโอรสของพระองค์คือพระเจ้าอุทัยาทิตยวรมันที่ 2 และพระเจ้าหรรษวรมันที่ 3 ได้ครองราชย์สืบมา

นักวิชาการยังเห็นต่างกันว่าการปกครองของเขมรเหนือละโว้มั่นคงแค่ไหน บันทึกจีนระบุว่าละโว้ส่งทูตไปจีนเองใน ค.ศ. 1115 และ 1155 ซึ่งบางคนตีความว่าละโว้มีอิสระในบางช่วง ส่วนตำนานภาคเหนือก็เล่าว่าหริภุญชัยเคยรบกับละโว้หลายครั้ง

อีกเรื่องหนึ่งคือปราสาทหินในอีสาน ข้อมูลภาษาไทยบางแหล่งระบุว่าการก่อสร้างที่พิมายเริ่มตั้งแต่สมัยพระองค์ แต่นักวิชาการจำนวนมากยกให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เป็นผู้สร้างปราสาทประธาน อย่างไรก็ดี รัชกาลของพระองค์คือจุดเริ่มที่ทำให้ศิลปะและวัฒนธรรมเขมรแผ่เข้ามาในภาคกลางของไทยอย่างจริงจัง จนเกิดสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ศิลปะไทยเรียกว่าศิลปะลพบุรี

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราว พ.ศ. 1545ค.ศ. 1002ชนะพระเจ้าอุทัยาทิตยวรมันที่ 1

เริ่มสงครามยืดเยื้อกับพระเจ้าชยวีรวรมัน

พ.ศ. 1545ค.ศ. 1002จารึก K.1198

บันทึกการยกทัพเข้าลวปุระ (ลพบุรี)

ราว พ.ศ. 1549ค.ศ. 1006เริ่มนับปีครองราชย์

ตามที่แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุ

พ.ศ. 1553ค.ศ. 1010บรมราชาภิเษก

หลังชนะคู่แข่งชิงบัลลังก์

พ.ศ. 1554ค.ศ. 1011คำสาบานภักดีของข้าราชการ

จารึกไว้ที่โคปุระพระราชวังหลวง (K.292)

ราว พ.ศ. 1555ค.ศ. 1012ส่งบรรณาการถึงราชวงศ์โจฬะ

ถวายพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ 1

พ.ศ. 1565ค.ศ. 1022จารึกศาลพระกาฬ ลพบุรี

ลพบุรีอยู่ในระบบปกครองของเขมร

ราว พ.ศ. 1568ค.ศ. 1025โจฬะโจมตีศรีวิชัย

ศรีวิชัยและตามพรลิงค์อ่อนกำลัง

พุทธศตวรรษที่ 16สร้างปราสาทพระวิหาร

และเริ่มขุดบารายตะวันตก

ราว พ.ศ. 1593ค.ศ. 1050สวรรคต

ได้รับพระนามนิพพานบท

หลัง พ.ศ. 1593บารายตะวันตกแล้วเสร็จ

ในรัชกาลพระเจ้าอุทัยาทิตยวรมันที่ 2

พ.ศ. 2551ค.ศ. 2008ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเมื่อ 7 กรกฎาคม

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายและภาพเหมือนของบุคคลนี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: คำสาบานสี่พันคน

ขุนนางราว 4,000 คนต้องกล่าวคำสาบานภักดีต่อพระองค์ในพระราชวังที่เมืองพระนคร และถ้อยคำสาบานถูกจารึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน

รู้หรือไม่: พุทธหลายนิกายในเมืองเดียว

จารึกศาลพระกาฬที่ลพบุรีกล่าวถึงทั้งภิกษุมหายาน ภิกษุเถรวาท และพราหมณ์ เป็นหลักฐานสำคัญว่าเถรวาทยังอยู่ในลุ่มเจ้าพระยาตลอดยุคเขมร

รู้หรือไม่: บารายยักษ์

บารายตะวันตกที่พระองค์เริ่มขุดยาวราว 8 กิโลเมตร กว้างราว 2 กิโลเมตร และยังมีน้ำขังอยู่จนถึงทุกวันนี้

รู้หรือไม่: นรก 32 ขุม

คำสาบานในจารึก K.292 ขู่ว่าผู้ผิดสัญญาจะไปเกิดในนรกถึง 32 ขุม แสดงให้เห็นว่ากษัตริย์ใช้ทั้งอำนาจทางโลกและความเชื่อทางศาสนามาผูกใจข้าราชการ

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เป็นคนไทยหรือคนมลายูหรือไม่
หลักฐานยังไม่พอจะตอบได้แน่ชัด เซเดส์เคยเสนอว่าพระองค์อาจมาจากตามพรลิงค์ แต่นักวิชาการรุ่นหลังอย่างไมเคิล วิกเกอรี เห็นว่าพระองค์น่าจะเป็นเจ้านายเขมรที่มีฐานอำนาจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา ปัจจุบันแนวคิดหลังได้รับการยอมรับมากกว่า
ทำไมจารึกที่ลพบุรีจึงสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย
จารึกศาลพระกาฬแสดงว่าลพบุรีอยู่ในระบบปกครองของเขมรแล้วราว พ.ศ. 1565 และยังบอกว่าในเมืองมีภิกษุทั้งมหายานและเถรวาทอยู่ร่วมกับพราหมณ์ จึงเป็นหลักฐานว่าพุทธเถรวาทในลุ่มเจ้าพระยาไม่ได้ขาดตอนในยุคเขมร
คำว่าตำรวจเกี่ยวข้องกับพระองค์อย่างไร
คำสาบานภักดีในจารึก K.292 เป็นของข้าราชการกลุ่มที่เรียกว่า tamrvāc ในภาษาเขมรโบราณ คำนี้ตกทอดมาเป็นคำว่าตำรวจในภาษาไทย แม้หน้าที่จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
พระองค์สร้างปราสาทพระวิหารทั้งหมดหรือไม่
ไม่ทั้งหมด ศาสนสถานบนเขาพระวิหารมีมาก่อนรัชกาลของพระองค์ พระองค์ขยายต่อเติมอย่างมาก และพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ได้สร้างเพิ่มจนเป็นรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน
บารายตะวันตกใช้ทำอะไร
นักวิชาการฝรั่งเศสรุ่นแรกเชื่อว่าใช้ทดน้ำเข้านาเพื่อให้ทำนาได้หลายครั้งต่อปี แต่งานศึกษาสมัยใหม่จำนวนมากเห็นว่าบารายมีความหมายทางศาสนาเป็นหลัก คือเป็นภาพจำลองของมหาสมุทรในจักรวาลวิทยาฮินดู ประเด็นนี้ยังถกเถียงกันอยู่
พระองค์นับถือศาสนาอะไร
พระองค์นับถือพุทธมหายาน แต่ไม่ได้บังคับให้ราษฎรเปลี่ยนศาสนา ลัทธิไศวะและไวษณพยังดำรงอยู่ และพระนามหลังสวรรคตว่านิพพานบทก็สะท้อนความเป็นชาวพุทธของพระองค์

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Suryavarman I (Wikipedia)
  2. พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (วิกิพีเดีย)
  3. เมื่อลวปุระ-ลพบุรี ถูกพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ยกทัพบุก (ศิลปวัฒนธรรม)
  4. Preah Vihear Temple (Wikipedia)
  5. Lavo Kingdom (Wikipedia)
  6. Phimai Historical Park (Wikipedia)
  7. Royal Palace, Angkor Thom
  8. Inscription K.292 (DHARMA)
  9. Vickery, The Reign of Suryavarman I and Royal Factionalism at Angkor (JSEAS 1985)
  10. Suryavarman I (Britannica)
  11. West Baray (Wikipedia)
  12. Preah Khan Kompong Svay (Wikipedia)
  13. Tambralinga (Wikipedia)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา